
Advertise on podcast: ปลดล็อกกับหมอเวช
Rating
5from
This podcast has
300 episodes
Language
ThaiPublisher
นายแพทย์ประเวช ตันติพิวัฒนสกุลExplicit
No
Date created
2018/07/01
Latest episode
2026/10/26
Average duration
75 min.
Release period
12 days
Description
Facebook LIVE เพจหมอประเวช ตันติพิวัฒนสกุล
Unlock ปลดล็อกกับหมอเวช podcast Email contact info,
Listeners & Audience details
Email contact information
Direct podcast contact details

Listeners
Audience numbers & engagement insights

Audience details
Podcast Insights

Podcast episodes
Check latest episodes from ปลดล็อกกับหมอเวช podcast
EP.459 เยียวยาความสัมพันธ์ก่อนตายจากกัน
2026/10/26
ไลฟ์ประจำวันอาทิตย์ที่ 18 ตุลาคม 2569 เวลาหนึ่งทุ่มสนใจเรียนออนไลน์ แบบดูวิดีโอด้วยตนเองดูรายละเอียดที่ www.morprawate.comสนใจเรียน online workshop ผ่านระบบ Zoomสอบถามที่ LINE @morprawate
สรุปเนื้อหาสำคัญจากวิดีโอ “EP.459 เยียวยาความสัมพันธ์ก่อนตายจากกัน” โดย นพ.ประเวช ตันติพิวัฒนสกุล ร่วมสนทนากับ คุณวรรณา จารุสมบูรณ์ (ซุย) ประธานและผู้ก่อตั้งกลุ่ม Peaceful Death มีประเด็นสำคัญดังนี้ครับ1. ความสำคัญของการเยียวยาความสัมพันธ์ก่อนจากกัน
หัวใจของการ “ตายดี”: การที่ผู้ป่วยระยะท้ายจะจากไปอย่างสงบได้ มักขึ้นอยู่กับว่ามีเรื่องคั่งค้างในความสัมพันธ์หรือไม่ หากมีความสัมพันธ์ที่ดี ผู้ป่วยจะปล่อยวางและจากไปอย่างหมดห่วง [02:04]
ผลกระทบต่อคนที่ยังมีชีวิตอยู่: หากไม่ได้คลี่คลาย ผู้ดูแลหรือญาติมักจะจมอยู่กับความรู้สึกผิด (Guilt) และลงโทษตัวเองไปยาวนาน และอาจส่งต่อบาดแผลทางอารมณ์นี้ไปสู่ลูกหลานรุ่นถัดไปโดยไม่รู้ตัว [03:42], [05:44]
เป้าหมายที่แท้จริง: การเยียวยาไม่ได้แปลว่าต้องกลับมารักหวานชื่นหรือคืนดีกันเสมอไป แต่คือการตระหนักรู้ว่าความสัมพันธ์เป็นอย่างไร และตัดสินใจเลือกว่าจะอยู่กับมันอย่างเข้าใจและปล่อยวางได้อย่างไร [09:37]
2. รูปแบบความสัมพันธ์ที่เป็นโจทย์บ่อย
รัก/ผูกพันแน่นเกินไปจนเปราะบาง: แคร์กันมากแต่ไม่กล้าพูดความจริง เช่น ผู้ป่วยเหนื่อยล้าไม่อยากรักษาต่อแต่กลัวคนรักเสียใจ ส่วนคนดูแลก็ยอมรับความสูญเสียไม่ได้จนฝืนยื้อทุกทาง [12:16], [13:00]
ความสัมพันธ์ที่ค้างคา (Unfinished Business): มีความบาดหมาง การหย่าร้าง การดูแลที่ไม่ลงตัว หรือความรู้สึกผิดที่ทำหน้าที่ได้ไม่ดีพอ [14:19], [15:03]
ความสัมพันธ์กับตัวเอง: รู้สึกเสียดายชีวิตที่ไม่ได้เลือกทำตามฝัน หรือตัดสินตัวเองว่า “ดีไม่พอ” [16:51], [17:34]
3. กระบวนการเยียวยาและเครื่องมือที่ใช้ได้จริง
4 ขั้นตอนในการสำรวจและจัดการความสัมพันธ์:สำรวจความรู้สึกตนเอง: ตรวจเช็กความรู้สึกและสะท้อนความเชื่อลึก ๆ (เช่น รู้สึกไร้ค่า หรือคิดว่าพ่อแม่ไม่รัก) [19:49], [31:03]กางความสัมพันธ์ดูรูปแบบ (Pattern): ถอยออกมามองอย่างเป็นกลางว่าเราและอีกฝ่ายมีพฤติกรรมตอบสนอง (React) อย่างไร [23:00], [37:42]กำหนดเจตจำนง/เป้าหมาย: ถามตัวเองว่าลึก ๆ ต้องการอะไรจากความสัมพันธ์นี้ และยอมรับขอบเขตที่อาจปรับเปลี่ยนไม่ได้ [26:15], [40:10]ลงมือทำตามความเป็นจริง (Realistic): ทำในส่วนที่เราทำได้โดยไม่ฝืนทุรังหรือคาดหวังผลลัพธ์จากอีกฝ่าย [29:16], [01:10:23]
เครื่องมือช่วยคลี่คลายใจ:งานศิลปะ / การปั้นดินน้ำมัน: ช่วยดึงความรู้สึกออกมาให้เห็นชัดเจนโดยไม่ติดกับดักในร่องความคิดเดิม [32:03], [35:56]เก้าอี้ว่าง (Empty Chair) / จินตนาการ: จำลองการนั่งคุยกับคนที่มีเรื่องค้างใจเพื่อพูดความในใจ ขอบคุณ ขอโทษ และบอกลา [46:18], [59:09]การเขียนจดหมาย 5 ย่อหน้า: (1) สรุปความสัมพันธ์ที่ผ่านมา (2) สิ่งที่อยากขอบคุณ/ชื่นชม (3) สิ่งที่ได้เรียนรู้และขอโทษ (4) ความในใจลึก ๆ ที่อยากบอก (5) การลงท้ายเพื่อเริ่มต้นอยู่กับความสัมพันธ์แบบใหม่ [57:45]
4. ข้อคิดการลงมือทำในชีวิตประจำวัน
ใช้มรณสติเป็นตัวกระตุ้น: ตระหนักว่าไม่มีใครรู้ว่าจะต้องจากกันเมื่อใด หากมีอะไรที่ค้างคาให้เริ่มทำทันทีจากเรื่องเล็ก ๆ [01:04:20], [01:11:48]
แยกจากกันด้วยความรู้สึกที่ดี: ก่อนก้าวออกจากบ้านในแต่ละวัน ให้กล่าวคำอำลาที่ดี เพราะอาจเป็นโอกาสสุดท้ายที่จะได้เจอกัน [01:07:33], [01:11:06]
การช่วยให้ผู้ป่วยปล่อยวาง: หากผู้ป่วยยังยึดติดหรือกังวล (เช่น ห่วงลูก ห่วงสัตว์เลี้ยง) การช่วยเหลือเชิงรูปธรรมที่จับต้องได้จริง (เช่น การันตีเรื่องทุนการศึกษา หรือหาคนมารับเลี้ยง) จะช่วยปลดล็อกได้ดีกว่าเพียงแค่บอกให้ “ปล่อยวาง” [01:41:22], [01:42:44]
EP.458 ทุกสิ่งที่เธอเป็น ..ดีเสมอ ตอนที่ 3 รู้จักสามตัวละครสำคัญ
2026/10/05
ไลฟ์ประจำวันอาทิตย์ที่ 4 ตุลาคม 2569 เวลาหนึ่งทุ่มสนใจเรียนออนไลน์ แบบดูวิดีโอด้วยตนเองดูรายละเอียดที่ www.morprawate.comสนใจเรียน online workshop ผ่านระบบ Zoomสอบถามที่ LINE @morprawate
สรุปเนื้อหาสำคัญจากวิดีโอ “EP. 358 ทุกสิ่งที่เธอเป็น .. ดีเสมอ ตอนที่ 3 รู้จักสามตัวละครสำคัญ” โดย นพ.ประเวช ตันติพิวัฒนสกุล มีประเด็นสำคัญดังนี้ครับ1. ที่มาและกรอบคิดหลัก
หนังสืออ้างอิง: นำเนื้อหาหลักมาจากบทที่ 4 และ 5 ของหนังสือ No Bad Parts โดย Richard C. Schwartz (ฉบับแปลไทย: ทุกสิ่งที่เธอเป็น ดีเสมอ) [00:43], [00:59]
การจำลองจิตใจเป็นระบบครอบครัวภายใน (IFS): เปรียบเทียบกลไกจิตใจเหมือน “โรงละครภายในใจ” (ตามแนวคิดของ Virginia Satir) ซึ่งประกอบไปด้วยตัวละครหรือตัวตนย่อย (Parts) 3 กลุ่มหลักที่คอยทำหน้าที่สัมพันธ์กัน [01:52], [02:15]
2. สามตัวละครสำคัญในจิตใจ (3 Parts of IFS)
ผู้ถูกผลักไส หรือ ผู้ถูกเนรเทศ (Exiles – เด็กน้อยภายในใจ) [04:05], [04:48]ที่มา: เดิมทีคือธรรมชาติของเด็กที่ร่าเริง ไร้เดียงสา และเปิดใจ แต่เมื่อเผชิญเหตุการณ์สะเทือนใจ การถูกละเลย ถูกตำหนิ ทำให้อับอาย หรือรู้สึกไม่ปลอดภัย จึงซึมซับความเจ็บปวดและความเชื่อด้านลบ (เช่น “ฉันเป็นเด็กไม่ดี”, “ไม่มีใครรักฉัน”, “ฉันไร้ค่า”) [05:04], [06:46]บทบาท: มักถูกจิตสำนึกผลักไส กักขัง หรือกดข่มไว้ในระดับลึกเพื่อไม่ให้รบกวนชีวิตประจำวัน เสมือนถูกแช่แข็งไว้ในกาลเวลา [10:44], [17:36]ผลกระทบ: แม้จะถูกซ่อนไว้ แต่เมื่อมีสิ่งกระตุ้น (Triggers) ความทรงจำและอารมณ์ที่เข้มข้นจะแวบกลับมา ทำให้เกิดปฏิกิริยาอารมณ์รุนแรงเกินเหตุ เช่น ความเหงาจับใจยามเย็น ความตื่นกลัว หรือความรู้สึกไร้ค่า [09:03], [13:27]
ผู้จัดการ (Managers – ตัวตนบริหารชีวิตเชิงรุก) [21:24]บทบาท: ทำหน้าที่จัดระบบชีวิต ภาพลักษณ์ ความสัมพันธ์ และผลงานภายนอกล่วงหน้า เพื่อป้องกันไม่ให้มีสถานการณ์ใด ๆ มากระตุ้นให้ Exiles โผล่ออกมา [21:49], [22:18]รูปแบบการแสดงออก:นักวิจารณ์ภายใน (Inner Critic): คอยตำหนิ เคี่ยวเข็ญตนเองให้สมบูรณ์แบบเพื่อไม่ให้ถูกคนอื่นว่า [22:49]ผู้ดูแลทุกคน (People Pleaser): คอยเอาใจใส่คนรอบตัวเพื่อแลกกับการยอมรับ แต่ละเลยการดูแลตนเอง [23:39]นักคิดวิเคราะห์/ตัดขาดจากความรู้สึก: ใช้แต่เหตุผล ปิดกั้นการรับรู้สัญญาณทางร่างกายเพื่อเลี่ยงอารมณ์เจ็บปวด [24:37]การใช้การปฏิบัติธรรมกลบปัญหา (Spiritual Bypassing): ใช้การฝึกจิต ควบคุมสติ เพื่อควบคุมอารมณ์และกดข่มบาดแผลภายในให้ดูดีตามค่านิยมสังคม [27:44], [28:45]
นักดับเพลิง (Firefighters – ตัวตนกู้ภัยเชิงรับ) [33:24]บทบาท: ทำงานแบบฉุกเฉินเฉพาะหน้าเมื่อ Exiles ถูกกระตุ้นจน “ไฟลุก” และผู้จัดการเอาไม่อยู่ หน้าที่เดียวคือ “ทำอย่างไรก็ได้ให้หยุดรับรู้อารมณ์เจ็บปวดทันที” [34:46], [35:16], [36:01]รูปแบบการแสดงออก: มักเป็นพฤติกรรมหุนหันพลันแล่นและการเสพติด เช่น ดื่มเหล้า ใช้สารเสพติด ช้อปปิ้งออนไลน์ ไถโทรศัพท์มือถือ หรือระเบิดอารมณ์เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ [35:30], [38:04]
3. การทำงานร่วมกันเพื่อการเยียวยา
ต้องมองเป็นทั้งระบบ: การพยายามแก้พฤติกรรมเสพติด (Firefighter) เพียงจุดเดียวมักไม่ได้ผล หากยังไม่เข้าใจว่า Manager กำลังตึงเครียดเรื่องใด และไม่เคยลงไปโอบรับความเจ็บปวดของเด็กน้อย (Exile) [57:00], [01:11:43]
การเปิดพื้นที่โดยไม่ตัดสิน: ตัวตนทุกตัวมีเจตนาดีเพื่อปกป้องความอยู่รอด การอยู่กับอารมณ์ความรู้สึกอย่างสงบและเปิดรับจะเปิดทางให้ความทรงจำและรากเหง้าถูกคลี่คลาย นำไปสู่การเชื่อมโยงกับ “จิตเดิมแท้” (The Self) [48:45], [01:01:09], [01:07:29]
EP. 457 ทุกอย่างที่เธอเป็น ..ดีเสมอ ตอนที่ 2
2026/09/14
ไลฟ์ประจำวันอาทิตย์ที่ 13 กันยายน 2569 เวลาหนึ่งทุ่มสนใจเรียนออนไลน์ แบบดูวิดีโอด้วยตนเองดูรายละเอียดที่ www.morprawate.comสนใจเรียน online workshop ผ่านระบบ Zoomสอบถามที่ LINE @morprawate
สรุปเนื้อหาสำคัญจากวิดีโอ “EP. 457 ทุกอย่างที่เธอเป็น .. ดีเสมอ ตอนที่ 2” โดย นพ.ประเวช ตันติพิวัฒนสกุล มีรายละเอียดดังนี้ครับ1. การสังเกตตัวตนย่อย (Parts) ในชีวิตประจำวัน
รูปแบบที่ 1: แฝงอยู่ในบุคลิกภาพประจำตัว (สังเกตยากเพราะคิดว่าเป็นนิสัยเราเอง) เช่น คนขี้กังวล สมบูรณ์แบบ (Perfectionist) บ้างาน ขี้อิจฉา หรือคนที่ชอบเอาใจใส่ผู้อื่นจนลืมดูแลตัวเอง สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นพฤติกรรมของตัวตนย่อย [04:44], [05:09]
รูปแบบที่ 2: ปรากฏตัวเมื่อถูกกระตุ้น (Triggered) (สังเกตง่ายขึ้น) เช่น เมื่อถูกปฏิเสธ ถูกเจ้านายตำหนิ หรือถูกปาดหน้า แล้วเกิดอาการตื่นตระหนก กลัวจนตัวสั่น หรือระเบิดอารมณ์โกรธอย่างควบคุมไม่ได้ [06:05]
ภาวะกลืนเป็นหนึ่งเดียว (Blending): หลายครั้งที่ตัวตนย่อยเข้าครอบงำจนเราคิด รู้สึก และตัดสินใจตามมันอย่างแนบเนียนโดยไม่รู้ตัว [13:10], [13:38]
2. ขั้นตอนและวิธีการทำงานกับตัวตนย่อย
การถอยออกมาและสร้างระยะห่าง (Unblending): ดึงสติและผ่อนคลายร่างกาย (เช่น ผ่านลมหายใจ) เพื่อกลับมาอยู่กับสภาวะจิตเดิมแท้ (Self) ที่สงบนิ่ง เป็นกลาง เปิดรับ และไม่ตัดสิน [13:54], [15:13], [17:19]
เชื่อมโยงผ่านความรู้สึกทางกาย: สังเกตว่าอารมณ์นั้น (เช่น โกรธ กลัว แน่น) กำลังปรากฏอยู่ที่บริเวณใดของร่างกาย เช่น แน่นหน้าอก มือสั่น หรือหน้าร้อน [08:52], [09:09]
เปิดบทสนทนาและทำความรู้จัก: ถามคำถามกับตัวตนย่อยด้วยความเมตตากรุณา เช่นเธออยากบอกอะไรกับฉัน?เธอมีเจตนาหรือพยายามทำอะไรเพื่อปกป้องฉัน?เธอรู้ไหมว่าตอนนี้ตัวฉันอายุเท่าไหร่แล้ว? (เนื่องจากตัวตนย่อยมักติดค้างอยู่ในวัยเด็กและไม่รู้ว่าเราเติบโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว) [09:50], [10:25]
มองทะลุความโกรธ/พฤติกรรมลบ: เช่น ภายใต้ความโกรธที่เกรี้ยวกราด แท้จริงมักมี “ความกลัว ความเศร้า และความเจ็บปวด” ซ่อนอยู่ การเข้าใจเจตนาดีจะเปลี่ยนความขัดแย้งภายในให้กลายเป็นความร่วมมือ [11:46], [12:06]
3. สิ่งสำคัญ 5 ประการที่ควรรู้เกี่ยวกับตัวตนย่อย (Parts)
มีมาตั้งแต่เด็ก/ติดตัวมาแต่กำเนิด: สภาวะอารมณ์ที่เปลี่ยนไปกระทบต่อระบบชีวภาพและฮอร์โมนในร่างกายอย่างชัดเจน [24:18], [24:41]
ไม่มีตัวตนย่อยไหนที่ไม่ดี (No Bad Parts): ทุกส่วนทำหน้าที่ด้วยความพยายามที่จะปกป้องเราให้ปลอดภัย แม้จะใช้วิธีการแบบเด็ก ๆ ที่ไม่เข้ากับบริบทปัจจุบัน [25:45], [26:09]
ต้องใช้เวลาสร้างความไว้ใจ: ห้ามส่งตัวตนย่อยฝ่าย “ตัดสิน/ต่อว่า” เข้าไปสั่งสอนหรือกดข่ม แต่ต้องเข้าหาด้วยความเมตตาและกรุณา [26:33], [26:52]
สามารถบ่อนทำลายชีวิตได้หากถูกเพิกเฉย: หากปล่อยให้ติดค้างอยู่กับบาดแผลในอดีต อาจขัดขวางความสำเร็จ ทำลายความสัมพันธ์ หรือสะท้อนออกมาเป็นปัญหาสุขภาพจิตและโรคทางกาย [27:24], [28:43], [29:17]
แปรเปลี่ยนเป็นของขวัญได้: เมื่อได้รับการเยียวยาและสร้างสัมพันธ์ใหม่ด้วยความเข้าใจ ส่วนย่อยเหล่านั้นจะเปลี่ยนบทบาทกลับมาเป็นคู่หู ที่ปรึกษา และพลังบวกในชีวิต [30:52], [31:20]
EP. 456 ทุกสิ่งที่เธอเป็น ..ดีเสมอ
2026/09/07
ไลฟ์ประจำวันอาทิตย์ที่ 6 กันยายน 2569 เวลาหนึ่งทุ่มสนใจเรียนออนไลน์ แบบดูวิดีโอด้วยตนเองดูรายละเอียดที่ www.morprawate.comสนใจเรียน online workshop ผ่านระบบ Zoomสอบถามที่ LINE @morprawate
สรุปเนื้อหาสำคัญจากวิดีโอ “EP. 456 ทุกสิ่งที่เธอเป็น .. ดีเสมอ” โดย นพ.ประเวช ตันติพิวัฒนสกุล จากช่อง ปลดล็อกกับหมอเวช มีประเด็นสำคัญดังนี้ครับ
1. ที่มาและแนวคิดของหนังสือ
หนังสือต้นเรื่อง: มาจากหนังสือฉบับแปลภาษาไทยเรื่อง ทุกสิ่งที่เธอเป็น .. ดีเสมอ: เยียวยาบาดแผลทางใจ กลับมาเป็นหนึ่งเดียวกับตัวเองอีกครั้งด้วยแนวทาง IFS แปลมาจาก No Bad Parts: Healing Trauma and Restoring Wholeness with the Internal Family Systems Therapy โดย Richard C. Schwartz [00:42], [01:44]
หัวใจของแนวคิด: มนุษย์เราไม่ได้มีจิตใจเป็นก้อนเดี่ยวชิ้นเดียว แต่ประกอบด้วย “ส่วนย่อย” (Parts) หรือตัวตนย่อย ๆ ทำงานอยู่ภายในร่วมกันเป็นระบบ [01:10], [05:54]
ไม่มีส่วนใดที่ไม่ดี (No Bad Parts): เมื่อได้สำรวจและทำความรู้จักกับส่วนย่อยต่าง ๆ อย่างลึกซึ้ง จะพบว่าทุกส่วนต่างมีเจตนาดีและทำหน้าที่เพื่อปกป้องเราจากความเจ็บปวด แม้พฤติกรรมหรือการแสดงออกภายนอกของส่วนนั้นอาจดูไม่เหมาะสมหรือสร้างปัญหาก็ตาม [01:22]
2. โมเดลจิตบำบัด IFS (Internal Family Systems)
การมองจิตใจเหมือนระบบครอบครัว: ภายในจิตใจของเรามีพลวัตคล้ายสมาชิกครอบครัวที่คอยปฏิสัมพันธ์กัน มีบทบาทหน้าที่คอยจัดการและปกป้องตนเองจากบาดแผลทางใจ (Trauma) [01:34], [03:57]
การเยียวยาและสร้างความเป็นหนึ่งเดียว: การบำบัดไม่ได้มุ่งเน้นการตัดทิ้ง ทำลาย หรือกดข่มส่วนย่อยที่แสดงออกไม่ดี แต่เป็นการทำความเข้าใจ ให้เกียรติ และประสานให้ส่วนต่าง ๆ กลับมาทำงานร่วมกันอย่างสมดุล [01:53]
การเชื่อมโยงกับแนวทางอื่น: คุณหมอเปรียบเทียบแนวคิดนี้กับการบำบัดแนวจิตวิทยาและจิตบำบัดอื่น ๆ เช่น Satir Model และการเจริญสติรู้ตัว ซึ่งมีมุมมองเรื่องตัวตนย่อยและการโอบรับตนเองที่สอดคล้องกัน [03:21]
3. การทำความเข้าใจตนเองและการดูแลสภาวะภายใน
การยอมรับและโอบรับทุกแง่มุม: การตัดสินและเกลียดชังส่วนใดส่วนหนึ่งในตัวเองมักยิ่งสร้างความขัดแย้งภายใน การมองเห็นเจตนาเบื้องลึกจะช่วยคลายปมความขัดแย้งและเยียวยาแผลใจได้ [01:22]
เทคนิคการปรับสภาวะร่างกายและอารมณ์: มีการแลกเปลี่ยนเรื่องการจัดการความเครียดและความคิดฟุ้งซ่าน เช่น การฝึกหายใจออกยาวเพื่อผ่อนคลายระบบประสาท หรือการใช้เทคนิคกักลมหายใจ (เช่น Box Breathing) ในช่วงที่ความคิดวุ่นวายอย่างหนักเพื่อดึงความสนใจกลับมาอยู่กับกาย [01:20:11], [01:20:26]
EP.455 ควรพูดอะไรกับคนใกล้ตาย
2026/08/31
ไลฟ์ประจำวันอาทิตย์ที่ 30 สิงหาคม 2569 เวลาหนึ่งทุ่มสนใจเรียนออนไลน์ แบบดูวิดีโอด้วยตนเองดูรายละเอียดที่ www.morprawate.comสนใจเรียน online workshop ผ่านระบบ Zoomสอบถามที่ LINE @morprawate
สรุปเนื้อหาสำคัญจากวิดีโอ “EP.455 ควรพูดอะไรกับคนใกล้ตาย” โดย นพ.ประเวช ตันติพิวัฒนสกุล จากช่อง ปลดล็อกกับหมอเวช มีประเด็นสำคัญดังนี้ครับ
ที่มาและหลักคิดเกี่ยวกับสภาวะจิตก่อนตาย⚬ ความสำคัญของจิตก่อนตาย: สภาวะจิตก่อนตายมีความสำคัญมากต่อการเปลี่ยนผ่านสู่ภพภูมิที่ดี โดยเน้นความสงบ มีสติ และการระลึกถึงสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจ [00:56]⚬ การอ้างอิงเนื้อหา: นำหลักการมาจากหนังสือ Living is Dying (ตายอยู่ทุกลมหายใจ) โดย ซองซา จำยัง เคียนเซ (Dzongsar Jamyang Khyentse) ในบทที่ 9 ซึ่งผสมผสานแนวคิดพุทธสายทิเบต (วัชรยาน) [03:17]⚬ สภาวะจิตเมื่อสิ้นลม: ทางพุทธทิเบตมองว่า เมื่อประสาทสัมผัสและธาตุต่าง ๆ (ดิน น้ำ ไฟ ลม) แตกสลาย จิตจะเข้าสู่สภาวะ “เปลือยเปล่า” ปราศจากการกลั่นกรองจากร่างกาย ซึ่งเป็นสภาวะเดียวกับธรรมชาติพุทธะ และเป็นโอกาสสำคัญในการตระหนักรู้ธรรม [06:05], [08:13]
สิ่งที่ควรพูดหรือนำทางจิตผู้ใกล้ตายการกล่าวข้อความนี้ทำเพื่อเตือนสติ นำทางจิตใจ และให้ผู้ป่วยไม่ตื่นตระหนกต่อการเปลี่ยนแปลง [09:38] โดยมีแกนหลักสำคัญคือ:ช่วยให้ยอมรับความจริง: ย้ำเตือนว่าการตายเป็นเรื่องธรรมชาติของมนุษย์ทุกคน และคุณกำลังจะจากไป เพื่อให้จิตเปิดรับและไม่ฝืน [10:01], [11:08]ชวนให้ปล่อยวาง: บอกให้วางใจ ไม่ต้องห่วงชีวิต ทรัพย์สิน หน้าที่การงาน หรือครอบครัวที่อยู่เบื้องหลัง [11:23]การมีสรณะ (ที่พึ่งทางใจ):⚬ นำให้ระลึกถึงพระรัตนตรัย (พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์) หรือศาสดา/สิ่งศักดิ์สิทธิ์ตามความเชื่อของผู้ป่วย [11:38], [16:12]⚬ แม้ตลอดชีวิตผู้ป่วยอาจไม่ได้ปฏิบัติธรรมเคร่งครัด แต่ช่วงเวลานี้สิ่งสำคัญที่สุดคือการตั้งมั่นในสรณะ [15:50]4. การตั้งจิตเพื่อสรรพสัตว์ (โพธิจิต): ชวนตั้งเจตนาปรารถนาให้สรรพสัตว์พ้นทุกข์และตื่นรู้จากภาพมายา การนึกถึงผู้อื่นจะทำให้จิตเกิดพลังและก้าวข้ามความหวาดกลัวส่วนบุคคล [14:16], [16:44]5. การอธิบายปรากฏการณ์ของร่างกาย: บอกเล่าถึงการเสื่อมของประสาทสัมผัส (ตาพร่ามัว เสียงเบาลง ร่างกายหนักอึ้ง) เพื่อให้ผู้ป่วยเข้าใจว่านี่คือกระบวนการธรรมชาติของธาตุแตกสลาย จะได้ไม่ตกใจกลัว [19:49], [20:25]
การจัดสภาพแวดล้อมข้างเตียง⚬ เน้นความเงียบสงบ: ห้องควรมีบรรยากาศสงบ มีภาพพระพุทธรูปหรือครูบาอาจารย์ที่เคารพ [20:58]⚬ หลีกเลี่ยงการร้องไห้ฟูมฟาย: ไม่แนะนำให้คนในครอบครัวมาร้องไห้เศร้าโศกหรือดึงรั้ง เพราะช่วงเวลาที่จิตละเอียดอ่อน การแสดงอารมณ์เหล่านี้จะสั่นสะเทือนจิตของผู้ใกล้ตาย ทำให้เกิดความกระสับกระส่ายและไปสู่สุคติได้ยาก [21:18], [22:50]⚬ คัดกรองผู้เข้าพบ: ควรจำกัดเฉพาะผู้ที่มีสภาวะจิตสงบและเข้าใจสภาวะของการจากไป [21:08]
ประเด็นตอบคำถามที่น่าสนใจ (Q&A)⚬ ควรบอกความจริงกับผู้ป่วยไหมว่ากำลังจะตาย?: หมอแนะนำว่าการให้ผู้ป่วยรู้ตัวมีประโยชน์มากกว่า เพื่อให้เขามีโอกาสเคลียร์ใจ สั่งเสีย หรือจัดการเรื่องคั่งค้างก่อนเข้าสู่กระบวนการตาย [27:35]⚬ ถ้าผู้ป่วยสมองเสื่อม ควรพูดนำหรือไม่?: แม้จะไม่แน่ชัดว่าสมองรับรู้ได้เพียงใด แต่เชื่อว่าจิตยังสามารถรับกระแสความสงบและถ้อยคำได้ การพูดนำทางจิตจึงไม่มีข้อเสียและเป็นโอกาสที่ดี [36:53], [37:32]⚬ การดูแลแบบประคับประคอง (Palliative Care): ช่วยระงับความเจ็บปวดทางกาย แต่การเตรียมตัวและการนำทางทางจิตวิญญาณเป็นเรื่องที่ตัวผู้ป่วยและญาติควรศึกษาและเตรียมการควบคู่กันไปด้วย [42:00], [42:46]
EP.454 เข้าใจเหตุปัจจัยการก่อความรุนแรงในเยาวชน
2026/08/10
ลฟ์ประจำวันอาทิตย์ที่ 9 สิงหาคม 2569 เวลาหนึ่งทุ่มสนใจเรียนออนไลน์ แบบดูวิดีโอด้วยตนเองดูรายละเอียดที่ www.morprawate.comสนใจเรียน online workshop ผ่านระบบ Zoomสอบถามที่ LINE @morprawate
สรุปเนื้อหาสำคัญจากวิดีโอ “EP.454 เข้าใจเหตุปัจจัยการก่อความรุนแรงในเยาวชน” โดย นพ.ประเวช ตันติพิวัฒนสกุล จากช่อง ปลดล็อกกับหมอเวช มีรายละเอียดดังนี้ครับ1. ธรรมชาติและรูปแบบของการก่อความรุนแรง
ไม่ใช่เรื่องหุนหันพลันแล่น: สถิติและงานวิจัยชี้ว่า ผู้ก่อเหตุมักใช้เวลาวางแผนล่วงหน้านานพอสมควร (เป็นวัน สัปดาห์ หรือเป็นเดือน) เช่น ศึกษาวิถีชีวิตของเป้าหมาย รวมถึงสะสมและจัดหาอาวุธ [02:14], [02:35]
การเข้าถึงอาวุธ: อาวุธที่นำมาใช้ส่วนใหญ่เป็นอาวุธที่หาได้ง่ายจากคนใกล้ตัวหรือในบ้าน [04:04]
แรงจูงใจในการระเบิดออก: มักมีจุดเริ่มต้นจากความเจ็บปวด ความอับอาย การถูกรังแก หรือการสูญเสียอำนาจในชีวิต (ทั้งจากเพื่อน บุคลากร หรือปัญหาทางบ้าน) จนมองเห็นว่าความรุนแรงเป็นหนทางเดียวในการฟื้นคืนอำนาจและแก้แค้น [03:39]
ความตั้งใจจบชีวิตตนเอง: หลายกรณีมีเจตนาทำร้ายตนเองตามไปด้วย โดยใช้การก่อเหตุเป็น “ผลงานชิ้นสุดท้าย” หรือข้อความส่งท้ายก่อนจากโลกนี้ไป [03:02]
2. ปัจจัยประกอบที่ซับซ้อน (ไม่เกิดจากเหตุเดียว)
เหตุการณ์รุนแรงไม่ได้เกิดจากสาเหตุเดี่ยว ๆ หรือลักษณะเฉพาะตัวเพียงข้อใดข้อหนึ่ง แต่เป็น ผลรวมของหลายปัจจัยสะสม ได้แก่ [01:43]:⚬ ปัญหาการเรียนและความสัมพันธ์ [05:15]⚬ ความขัดแย้ง ความเครียด หรือปัญหาภายในครอบครัว [05:24]⚬ ความเจ็บป่วยทางสุขภาพจิตและความรู้สึกปรับตัวเข้ากับสังคมไม่ได้ [06:40]
การพิจารณาแต่ละปัจจัยแยกเดี่ยว ๆ อาจดูไม่รุนแรง แต่เมื่อมาประกอบรวมกันจะกลายเป็นสัญญาณเตือนที่สะสมจนถึงจุดระเบิด [01:56], [05:24]
3. แนวทางการป้องกันและการแก้ไขปัญหา
เน้นแก้ที่ต้นเหตุมากกว่าปลายเหตุ: แทนที่จะมุ่งเน้นเพียงมาตรการปลายเหตุหลังจากเกิดเรื่อง ควรย้อนกลับไปจัดการที่ระดับรากฐาน [01:10:23]
การสร้างสิ่งแวดล้อมที่เกื้อหนุน:⚬ โรงเรียนและระบบการศึกษาต้องมีความยืดหยุ่น เข้าใจความต้องการที่แตกต่างของเด็กแต่ละคน [01:09:51]⚬ ส่งเสริมและดูแลความสัมพันธ์ระหว่างครู นักเรียน และผู้ปกครอง เพื่อให้สังเกตเห็นสัญญาณความทุกข์ได้ทันท่วงที [01:10:33]⚬ บูรณาการบทบาทของผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง (เช่น บุคลากรสุขภาพจิต) เข้ามาร่วมในระบบโรงเรียนอย่างเหมาะสม [01:09:29]
EP.453 ห้าปีกับ Brainspotting ผมเรียนรู้อะไรเกี่ยวกับจิตมนุษย์
2026/08/03
ไลฟ์ประจำวันอาทิตย์ที่ 2 สิงหาคม 2569 เวลาหนึ่งทุ่มสนใจเรียนออนไลน์ แบบดูวิดีโอด้วยตนเองดูรายละเอียดที่ www.morprawate.comสนใจเรียน online workshop ผ่านระบบ Zoomสอบถามที่ LINE @morprawate
EP.452 วางแผนชีวิตและการเงินจากภายใน
2026/07/27
ไลฟ์ประจำวันอาทิตย์ที่ 26 กรกฎาคม 2569 เวลาหนึ่งทุ่มสนใจเรียนออนไลน์ แบบดูวิดีโอด้วยตนเองดูรายละเอียดที่ www.morprawate.comสนใจเรียน online workshop ผ่านระบบ Zoomสอบถามที่ LINE @morprawate
สรุปเนื้อหาจากไลฟ์ โดยแบ่งออกเป็นประเด็นสำคัญเพื่อให้เข้าใจง่ายและนำไปปรับใช้ได้จริง
1. ทำไมคนมีความรู้เรื่องการเงิน แต่ยังจัดการเงินไม่ได้?
ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ตัวเงิน แต่อยู่ที่จิตใจ: คุณไม้ฟืน (นักลงทุน) พบว่าคนส่วนใหญ่ที่ได้รับการวางแผนการเงิน มีเพียงส่วนน้อยที่ทำตามแผนได้ในระยะยาว สาเหตุเพราะพวกเขามี “ปัญหาทางพฤติกรรมหรือจิตใจ” ที่ซ่อนอยู่ เช่น บางคนหาเงินเก่งและประหยัดมาก แต่กลับมีหนี้สินล้นพ้นตัว เพราะรู้สึกว่า “เงินคือความรัก” จึงต้องส่งเงินให้ครอบครัวหรือญาติพี่น้องจนตัวเองเดือดร้อน เพื่อรักษาสถานะการเป็นที่รักและการยอมรับ
ต้องวางแผนชีวิตก่อนวางแผนการเงิน: การตั้งเป้าหมายทางการเงินลอยๆ เช่น ต้องมีเงิน 10 ล้านตอนเกษียณ มักทำให้เครียดและล้มเลิกง่าย หากเราไม่ได้ “ออกแบบชีวิต” ก่อนว่าจริงๆ แล้วเราต้องการใช้ชีวิตแบบไหน
2. สำรวจ “ความสัมพันธ์กับเงิน” (Relationship with Money)
เรามองเงินเป็นอะไร?: คุณอรรณพ (นักจิตวิทยาคลินิก) ชวนตั้งคำถามว่าเราวางสถานะของเงินไว้ตรงไหนในชีวิต• หากมองเงินเป็น “พระเจ้า” หรือสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่าเรา เราจะรู้สึกเหนื่อย เครียด และต้องทำงานหนักเพื่อบูชาเงิน• หากมองเงินเป็น “เพื่อน” ที่มีคุณค่าเท่าเทียมกัน เราจะเลือกวางเพื่อนคนนี้ไว้ในที่ที่ดี (เช่น เลือกลงทุนในที่ที่เหมาะสม)• หากมองเงินเป็นแค่ “ของใช้” ชีวิตก็จะเบาสบายขึ้น ไม่กดดัน
บทเรียนราคาแพงจากการโหยหาการยอมรับ: คุณไม้ฟืนแชร์ประสบการณ์ส่วนตัวว่า เคยหมดตัวจากการเล่นหุ้นเสี่ยงๆ และเคยทำงานหนักอดนอนจนร่างกายพัง (ตาแพ้แสง เดินไม่ได้) เพราะลึกๆ แล้วเขาต้องการ “ความรัก การยอมรับ และความรู้สึกมีคุณค่า” โดยเข้าใจผิดว่า “เงิน” คือคำตอบเดียวที่จะดึงดูดสิ่งเหล่านี้มาได้
3. เข้าใจความต้องการส่วนลึก (Yearnings ตามแนวทาง Satir Model)
มนุษย์ทุกคนมีความต้องการพื้นฐานลึกๆ ในจิตใจที่เหมือนกัน เช่น ต้องการความมั่นคงปลอดภัย, ความรัก, การยอมรับ หรือคุณค่าในตัวเอง
เมื่อเราสำรวจจนพบว่าลึกๆ แล้วความเครียดเรื่องเงินของเราเกิดจากการโหยหาสิ่งใด เราอาจพบว่า “มีวิธีอื่นอีกมากมายที่เติมเต็มสิ่งเหล่านั้นได้โดยไม่ต้องใช้เงิน” ซึ่งจะช่วยปลดล็อกความกดดันทางการเงินลงได้อย่างมหาศาล
4. “ทุนชีวิต 9 ด้าน” (ขยายมุมมองความมั่งคั่ง)เพื่อไม่ให้เราฝากความหวังทั้งหมดไว้ที่เงิน คุณไม้ฟืนได้นำเสนอแนวคิด “ทุนชีวิต 9 ด้าน” (ดัดแปลงจากมงคล 38 ประการ) เพื่อให้เราเห็นว่าจริงๆ แล้วเรามีต้นทุนที่ดีอื่นๆ ในชีวิต ได้แก่:
ร่างกาย (Physical): สุขภาพร่างกายที่แข็งแรง
อุปนิสัยใจคอ (Character): เช่น ความอดทน ความเสียสละ ความมีวินัย (นิสัยที่ไม่ดีถือเป็นต้นทุนที่ราคาแพงและสร้างความเสียหายมากที่สุด)
ความรู้และทักษะ (Knowledge & Skills): ความสามารถในการทำงานหรือเอาตัวรอด
สิ่งแวดล้อมและที่อยู่อาศัย (Environment): การได้อยู่ในประเทศหรือสังคมที่สงบสุข ปลอดภัย
กัลยาณมิตร (Good Friends/Mentors): เพื่อนหรือครูบาอาจารย์ที่ช่วยดึงศักยภาพและสิ่งดีงามในตัวเราออกมา
ทุนทางวัตถุ (Money/Wealth): เงินทองและทรัพย์สิน (ซึ่งเป็นเพียง 1 ใน 9 ด้านเท่านั้น)
คุณความดี (Merit/Goodness): ความดีที่เราเคยช่วยเหลือผู้อื่น ซึ่งหล่อเลี้ยงจิตใจให้มีความสุข
เป้าหมายและคุณค่า (Goals & Values): การมีทิศทางในชีวิตที่ชัดเจน
การตื่นรู้และมีสติ (Awakening/Mindfulness): การรู้เท่าทันความเปลี่ยนแปลงของทุนทั้ง 8 ด้านข้างต้น และสามารถอยู่กับมันได้โดยไม่เป็นทุกข์
บทสรุป:เมื่อเราพิจารณาทุนทั้ง 9 ด้าน เราจะพบว่าเราไม่ได้ยากจน หรือขาดแคลนอย่างที่คิด การมีกัลยาณมิตรที่ดีหรือสุขภาพที่แข็งแรงสามารถทดแทนและลดความจำเป็นที่จะต้องใช้เงินจำนวนมหาศาลลงได้ (เช่น กรณีของคุณโจน จันได ที่มีวิถีชีวิตพึ่งพาตนเอง ปลูกผักกินเอง มีความมั่นคงในชีวิตสูงมากแม้จะไม่ได้มีเงินสดมากมาย) การปรับจุดโฟกัสนี้จะช่วยให้เราออกแบบการเงินได้สอดคล้องกับความสุขที่แท้จริงของเราครับ
EP.451 สี่ภารกิจเพื่อการเติบโตทางจิตวิญญาณในผู้สูงวัย
2026/07/20
ไลฟ์ประจำวันอาทิตย์ที่ 19 กรกฎาคม 2569 เวลาหนึ่งทุ่มสนใจเรียนออนไลน์ แบบดูวิดีโอด้วยตนเองดูรายละเอียดที่ www.morprawate.comสนใจเรียน online workshop ผ่านระบบ Zoomสอบถามที่ LINE @morprawateในวิดีโอนี้ คุณหมอประเวชได้นำเสนอแนวทางสำหรับผู้สูงวัยที่กำลังเข้าสู่วัยเกษียณหรือมีเวลาว่างมากขึ้น ว่าไม่ควรปล่อยเวลาไปกับการทำกิจกรรมเดิมๆ ซ้ำๆ เท่านั้น แต่ควรให้ความสำคัญกับ “การเติบโตทางจิตวิญญาณ” โดยคุณหมอได้แนะนำ 4 ภารกิจสำคัญดังนี้ครับ:
ภารกิจที่ 4: การเผชิญหน้ากับความจริงของการเปลี่ยนแปลงและความตาย [27:29]• ฝึกยอมรับความเสื่อมถอยของร่างกายที่ไม่สามารถควบคุมได้ ด้วยใจที่สงบและรู้เท่าทัน• ใช้สติในการอยู่กับร่างกายตามสภาพที่เป็น ซึ่งการทำเช่นนี้บ่อยๆ จะเป็นการเตรียมพร้อมเผชิญกับวาระสุดท้าย (ความตาย) โดยไม่ตื่นตระหนก และจากไปอย่างสงบได้ในที่สุด
ภารกิจที่ 1: การฝึกสติและการภาวนา [06:26]• การฝึกให้มีความระลึกรู้ อยู่กับปัจจุบัน เป็นรากฐานสำคัญของการทำภารกิจอื่นๆ• ช่วยให้เกิดความสงบสุขภายใน ลดความเครียด และดีต่อระบบภูมิคุ้มกันและสมอง สามารถทำได้ตามสภาพร่างกาย เช่น โยคะ ไทเก็ก ชี่กง ไม่จำเป็นต้องนั่งสมาธินานๆ เพียงอย่างเดียว
ภารกิจที่ 2: การทบทวนชีวิต (Life Review) [10:22]• จัดเวลาทบทวนเรื่องราวในอดีตตั้งแต่เด็กจนโต โดยอาจใช้รูปถ่ายหรือของสะสมเป็นตัวช่วยกระตุ้นความทรงจำ• เป้าหมายเพื่อชำระล้างบาดแผลในใจ ให้อภัย ขออโหสิกรรมต่อกัน และคลี่คลายปมความรู้สึกที่ค้างคา เพื่อให้สามารถปล่อยวางได้จริงๆ ก่อนถึงวาระสุดท้าย
ภารกิจที่ 3: การมองภาพชีวิตในภาพใหญ่ [21:55]• ตระหนักรู้ว่าเราเป็นเพียงส่วนหนึ่งของสิ่งต่างๆ ที่ยิ่งใหญ่กว่าตัวเรา เช่น เป็นส่วนหนึ่งของสายเลือดในตระกูล หรือเป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศในธรรมชาติ• การเข้าใจและสัมผัสได้ถึงความเชื่อมโยงนี้ จะช่วยลดอัตตา (Ego) ลง ทำให้รู้สึกถ่อมตน เกิดความซาบซึ้งขอบคุณ และใจเบาสบายขึ้น
EP.450 ห้าข้อคิดสำหรับดูแลคนรักใกล้ตาย
2026/07/13
ไลฟ์ประจำวันอาทิตย์ที่ 12 กรกฎาคม 2569 เวลาหนึ่งทุ่มสนใจเรียนออนไลน์ แบบดูวิดีโอด้วยตนเองดูรายละเอียดที่ www.morprawate.comสนใจเรียน online workshop ผ่านระบบ Zoomสอบถามที่ LINE @morprawate
ในวิดีโอนี้ คุณหมอประเวชได้แบ่งปันข้อคิดสำคัญ 5 ประการ ที่จะช่วยให้เราสามารถดูแลและเตรียมตัวเผชิญกับการจากไปของคนรักหรือญาติผู้ใหญ่ได้อย่างมีสติและเหมาะสมที่สุดครับ:
เข้าใจธรรมชาติของความเสื่อมของร่างกายและความตาย [01:20]การทำความเข้าใจและยอมรับว่าเมื่อถึงจุดหนึ่งร่างกายจะเสื่อมถอยไปตามธรรมชาติ จะช่วยให้เราไม่ตัดสินใจ “ยื้อชีวิต” หรือทำการรักษาเกินความจำเป็น ซึ่งมักจะสร้างความเจ็บปวดและทุกข์ทรมานให้กับผู้ป่วยในวาระสุดท้ายโดยไม่เกิดประโยชน์
เข้าใจระบบบริการทางการแพทย์และข้อจำกัด [07:18]ระบบของโรงพยาบาลส่วนใหญ่ถูกออกแบบมาเพื่อ “รักษาชีวิต” (เช่น การส่งเข้าห้อง ICU หรือการใช้เครื่องช่วยหายใจ) ซึ่งอาจไม่ใช่สภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการตายอย่างสงบ ญาติควรสอบถามแพทย์ถึงผลลัพธ์และผลกระทบระยะยาวของการรักษาแต่ละวิธีอย่างตรงไปตรงมา เพื่อประกอบการตัดสินใจว่าควรไปต่อหรือควรหยุด
เตรียมพื้นที่ทางอารมณ์และรู้วิธีจัดการอารมณ์ [21:50]ความตายมักมาพร้อมกับความกลัวและความเศร้าโศก ญาติจำเป็นต้องดูแลและจัดการอารมณ์ฟูมฟายของตนเองให้สงบ เพราะสภาวะอารมณ์ที่นิ่งสงบของญาติ (เช่น การสวดมนต์ภาวนา) จะช่วยส่งพลังงานที่ดี ไม่ไปสร้างห่วงยึดติดให้ผู้ตาย และช่วยให้ผู้ป่วยจากไปได้อย่างสงบ
ศึกษาและพิจารณาความตายแต่เนิ่นๆ (มรณานุสติ) [31:23]การพิจารณาความตายเป็นสิ่งที่สามารถทำได้ในทุกช่วงวัย ไม่จำเป็นต้องรอให้ถึงวัยชราหรือตอนป่วยหนัก การตระหนักรู้ถึงความตายอย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้เราจัดลำดับความสำคัญในชีวิตได้ดีขึ้น และเรียนรู้ที่จะปล่อยวางได้ง่ายขึ้นเมื่อวาระสุดท้ายมาถึง
การดูแลดวงจิตหลังความตายตามความเชื่อและพิธีกรรม [34:38]เมื่อคนรักสิ้นลมหายใจไปแล้ว การดูแลอาจจะยังไม่จบลง เราสามารถดูแลดวงจิตของผู้ที่จากไปได้ผ่านพิธีกรรมทางศาสนาหรือความเชื่อ (เช่น การทำบุญ การสวดมนต์แผ่เมตตา หรือพิธีในช่วง 49 วันแรก) ซึ่งนอกจากจะเป็นการส่งต่อบุญกุศลแล้ว ยังถือเป็นการเยียวยาจิตใจของผู้ที่ยังมีชีวิตอยู่ด้วย
EP.449 ประสบการณ์ใกล้ตายกับคำอธิบายเรื่องบาร์โด
2026/07/06
ไลฟ์ประจำวันอาทิตย์ที่ 5 กรกฎาคม 2569 เวลาหนึ่งทุ่มสนใจ … อ่านเพิ่มเติม EP.449 ประสบการณ์ใกล้ตายกับคำอธิบายเรื่องบาร์โด
EP.448 เมื่อการออกกำลังกายคือการบอกรัก
2026/06/28
ไลฟ์ประจำวันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน 2569 เวลาหนึ่งทุ่ม ส … อ่านเพิ่มเติม EP.448 เมื่อการออกกำลังกายคือการบอกรัก
EP. 447 ทำความเข้าใจเรื่องพลังงานและพลังชีวิต
2026/06/15
ไลฟ์ประจำวันอาทิตย์ที่ 14 มิถุนายน 2569 เวลาหนึ่งทุ่มสน … อ่านเพิ่มเติม EP. 447 ทำความเข้าใจเรื่องพลังงานและพลังชีวิต
EP.446 ฝึกตนในห้องมืด
2026/06/08
ไลฟ์ประจำวันอาทิตย์ที่ 7 มิถุนายน 2569 เวลาหนึ่งทุ่มสนใ … อ่านเพิ่มเติม EP.446 ฝึกตนในห้องมืด
EP.445 พุทธวิธีเยียวยาบาดแผลใจ
2026/05/25
ไลฟ์ประจำวันอาทิตย์ที่ 24 พฤษภาคม 2569 เวลาหนึ่งทุ่มสนใ … อ่านเพิ่มเติม EP.445 พุทธวิธีเยียวยาบาดแผลใจ
Podcast reviews
Read ปลดล็อกกับหมอเวช podcast reviews
organicgrapes 2019/06/12
Wonderful podcast!!
I am so glad I found this podcast. He is very knowledgeable, understanding, open-minded, considerate, and respectful. I especially appreciate how skil...
Podcast sponsorship advertising
Start advertising on ปลดล็อกกับหมอเวช relevant audience podcasts
You may also like to advertise on these Podcasts

4.947791414
The Shawn Ryan Show
Shawn Ryan

4.5185359
Who, When, Wow!
Tinkercast | Wondery

4.6687881118
Armchair Expert with Dax Shepard
Armchair Umbrella

4.9554162196
The MeidasTouch Podcast
MeidasTouch Network

4.639655
Only Murders in the Building Podcast
Straw Hut Media

4.7831518
The Home Service Expert Podcast
Tommy Mello: $200 Million Founder|Forbes, Inc., Entrepreneur Columnist

4.443501358
Something You Should Know
Mike Carruthers | OmniCast Media

4.7906254
Everything is Fine
Jennifer Romolini and Kim France

4.610848573
Serialously with Annie Elise
Annie Elise & Audioboom Studios

4.41171483
The Outlier Health Podcast
Matt Frazier, Matt Tullman, Isabelle Caputo, and Doug Hay