1537249243
Soul Food Podcasts

Advertise on podcast: Soul Food Podcasts

Rating
★★★★★
5
from
1 reviews
This podcast has
1584 episodes
Language
Thai
Explicit
No
Date created
2020/10/24
Latest episode
2026/02/05
Average duration
5 min.
Release period
1 days

Description

Podcasts สำหรับ Christian และผู้สนใจ ที่รวบรวม รายการหลายรูปแบบเข้าไว้ด้วยกัน โดยแบ่งเป็นหมวดหมู่ดังนี้ 1 เฝ้าเดี่ยวประจำวัน :- พระธรรมนำชีวิต กับวุฒิ วงศ์สรรเสริญ สด.. แต่เช้า กับ อ.ธงชัย ประดับชนานุรัตน์ ที่อัพเดท ทุกวัน 5:00 น. 2 รายการ Be Still.. รายการที่ อ.ไลฟ์ วาระมีชูธนาจะชวนคุณมาอธิฐานกับพระเจ้าก่อนที่คุณจะเข้านอน 3 รายการชวิตคริสเตียน :- อาจารย์ครับ…ครือว่า.. กับ บอย โกสิยพงษ์ ที่จะคอยโทรศัพท์ถามอาจารย์ต่างๆ ในคำถามที่ เกี่ยวกับชีวิตคริสเตียน, ข้อพระคำภีร์ที่เข้าใจยาก, ความสำพันธ์กับพระเจ้า และคำถามที่ไม่กล้าถามคนอื่น อัพเดททุกวันจันทร์ 7:00 น. เราเชื่อว่าพระเจ้ากำลังนำรายการ podcasts อีกมากมายตามมาในระยะอันใกล้นี้ โปรดกดติดตาม กดกระดิ่งเตือนเมื่อมีตอนใหม่ และช่วยแชร์ให้กับคนที่คุณรักด้วยนะครับ

Unlock Soul Food Podcasts podcast Email contact info,
Listeners & Audience details

Email contact information

Direct podcast contact details

Listeners

Audience numbers & engagement insights

Audience details

Podcast Insights

Podcast episodes

Check latest episodes from Soul Food Podcasts podcast


สดแต่เช้า Ep.312 ขอร้องให้อธิษฐานเป็นพิเศษ!!
2026/02/05
คอลัมน์ “สดแต่เช้า”ปีที่5 (ตอนที่ 312) ขอร้องให้อธิษฐานเป็นพิเศษ!! “ข้าพเจ้าขอร้องท่านเป็นพิเศษ ให้อธิษฐานขอให้ข้าพเจ้าได้กลับมาหาท่านในไม่ช้านี้” ‭‭~ฮีบรู‬ ‭13‬:‭19‬ ‭TNCV‬‬ “I particularly urge you to pray so that I may be restored to you soon.” ‭‭ ~Hebrews‬ ‭13‬:‭19‬ ‭NIV‬‬ คำว่า “ขอร้อง”ในพระคัมภีร์ข้อนี้ มาจากภาษากรีกว่า“ παρακαλῶ”(พา-ระ-คา-โล / parakalō ) ที่มาจากรากศัพท์ 2 คำรวมกันคือ 1.παρά (para) =อยู่ข้างๆ ใกล้ชิด) 2.καλέω (kaleō) =เรียก เรียกมา มีความหมายรวมคือ “เรียกใครสักคนให้เข้ามาอยู่ใกล้ เพื่อพูดกันด้วยหัวใจ” และต่อมามีคำแปลคำนี้ออกมาหลากหลาย ดังนี้ 1.ขอร้อง ~ด้วยความถ่อมใจ 2.วิงวอน ~ด้วยความรักห่วงใย 3.หนุนใจ ~ด้วยความอ่อนสุภาพ 4.เชื้อเชิญ ~ด้วยความจริงใจ ไม่บังคับ 5.ขออย่างจริงใจ~ด้วยความเชื่อมั่นในกัน หรือแปลว่า “ รบเร้า” ที่หมายถึง “การอ้อนวอนแล้วอ้อนวอนอีกเพื่อขอสิ่งใดสิ่งหนึ่งอย่างไม่ลดละ,การตื๊อ,การเร่งเร้า หรือ ”เซ้าซี้ขอ“เพื่อให้ได้มาตามความต้องการ จนกว่าจะยอมทำตามที่ขอ ดัตัวอย่างในพระธรรมตอนนี้ คือ ผู้เขียนพระธรรมฮีบรูขอร้องผู้รับจดหมายเป็นพิเศษ ในการอธิษฐาน ผู้นำ และผู้รับใช้พระเจ้าให้มากขึ้น และเพื่อตัวท่านจะได้กลับมาหาพวกเขาได้ ในไม่ช้า “ข้าพเจ้าขอร้องพวกท่านมากขึ้นให้อธิษฐานเช่นนั้น(เป็นพิเศษ) เพื่อว่าข้าพเจ้าจะได้กลับไปอยู่กับท่านเร็วยิ่งขึ้น” ‭‭ ~ฮีบรู‬ ‭13‬:‭19‬ ‭THSV11‬ จากข้อความในพระธรรมข้อนี้ได้ เปิดเผยถึงปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผู้เขียน(ผู้นำ) กล้าที่จะขอร้องผู้อ่าน(ผู้ติดตามพระเจ้า) นั่นก็คือ 1.ความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างกัน 2.ความใกล้ชิดที่สนิทสนมกัน 3.ความจริงใจที่มีต่อกันยาวนาน ใน ฮีบรู 13:19 เมื่อผู้เขียนวิงวอน นั่นแสดงว่า 1.เขาถ่อมใจไม่ได้สั่งในฐานะผู้นำ 2.เขาไม่ได้ใช้อำนาจตามตำแหน่ง แต่ 3.เขากำลังขอบางอย่างจากใจของคนที่เขารักและห่วงใย 4.เขาเชื่อในพลังคำอธิษฐานของสมาชิกต่อผู้นำ 5.เขามีความหวังว่าจะได้กลับมาพบหน้ากันอีก 6.เขามั่นใจว่า พระเจ้าจะตอบคำอธิษฐานเมื่อ มีหัวใจเข้ามาใกล้เพื่อร่วมมือกัน ทูลขอต่อพระเจ้า พี่น้องที่รัก …วันนี้ ขอให้เรากระทำตามแบบอย่างดังที่กล่าวมาแล้ว จะดีหรือไม่ครับ? …………………………………………… ธงชัย ประดับชนานุรัตน์ 6กุมภาพันธ์ 2026 (ตอนที่312ปีที่5)#YoutubeCJCONNECT#คริสตจักรแห่งความรัก#Churchoflove #ShareTheLoveForward #ChurchOfJoy #คริสตจักรแห่งความสุข #NimitmaiChristianChurch #คริสตจักรนิมิตใหม่ #ฮักกัยประเทศไทย #อัลฟ่า #หนึ่งล้านความดี
พระธรรมนำชีวิต ตอน ตัดให้ขาด Ep.1533
2026/02/05
พระธรรมนำชีวิต ตอน ตัดให้ขาด Ep.1533 พวกเราเคยเสียดายของที่ควรทิ้งไหมครับ บางครั้งกับความบาปหรือนิสัยที่ไม่ดีบางอย่าง เรามักจะคิดว่า เก็บไว้หน่อยคงไม่เป็นไร หรือค่อยๆ ลดก็ได้ 2 พงศ์กษัตริย์ 10:18–24 สอนเราว่า เราต้องจัดการกับความบาปที่มีในชีวิตอย่างเด็ดขาด ไม่มีประนีประนอม  หลังจากกำจัดครอบครัวของอาหับทั้งหมดแล้ว เยฮูหันมาจัดการกับพระบาอัล เขาใช้อุบายเป็นยุทธวิธีเพื่อรวบรวมทุกอย่างแล้วจัดการในครั้งเดียว 'แล้วเยฮูทรงเรียกประชุมประชาชนทั้งหมด และตรัสกับเขาทั้งหลายว่า “อาหับปรนนิบัติพระบาอัลนิดหน่อย แต่เยฮูจะปรนนิบัติพระองค์มากกว่า ฉะนั้นจงเรียกผู้เผยพระวจนะของพระบาอัลมาให้หมด ทั้งผู้นมัสการและปุโรหิตทั้งหมดของพระบาอัล อย่าให้ใครขาดไปเลย เพราะเราจะมีการถวายสัตวบูชาครั้งใหญ่แก่พระบาอัล ใครขาดก็จะไม่ให้มีชีวิตอยู่” แต่เยฮูทรงทำเป็นอุบายเพื่อจะทำลายผู้นมัสการพระบาอัล ' 2 พงศ์กษัตริย์ 10:18-19 นี่คืออุบายที่เป็นกลยุทธในการจัดการกับรูปเคารพและคนที่ดูแลนมัสการพระบาอัลทั้งหมด แล้วเยฮูทรงส่งข่าวไปทั่วให้ทุกคนที่นมัสการพระบาอัลทั้งหมดมา แล้ว้ขายังแจกเสื้อหรับพิธีนมัสการ สิ่งที่ทำให้เราแน่ใจว่า นี่คือความตั้งใจจะกวาดล้างทุกอย่างที่เกี่ยวกับพระบาอัล คือการตรวจเชคอีกครั้งนึงว่า ไม่มีคนของพระเจ้าของเราหลงเหลืออยู่ที่นั้น 'แล้วเขาทั้งหลายเข้าไปถวายเครื่องสัตวบูชาและเครื่องบูชาเผาทั้งตัว เยฮูทรงวางคน 80 คนไว้ภายนอก และตรัสว่า “คนไหนปล่อยให้คนหนึ่งคนใดซึ่งเรามอบไว้ในมือพวกเจ้าหนีรอดไปได้ เขาต้องเสียชีวิตของเขาแทน” ' 2 พงศ์กษัตริย์ 10:24  ผู้รู้หลายท่านอธิบายตรงกันว่า การกำจัดพระบาอัลต้องทำให้หมดสิ้น เหตุการณ์นี้เป็นการพิพากษาเฉพาะในประวัติศาสตร์พันธสัญญาเดิม นี่ไม่ใช่แบบอย่างให้เราใช้ความรุนแรงแต่เป็นภาพตัวอย่างฝ่ายวิญญาณที่เราต้องตัดขาดจากบาปให้หมดอย่างจริงจัง แต่สำหรับพวกเราผมมองว่า เราอาจจะไม่ได้กราบไหว้รูปเคารพจริง ๆ แต่เราก็มีรูปเคารพในใจ เช่น เงิน ความสำเร็จ หรือบางความสัมพันธ์ที่ดึงเราออกจากพระเจ้า ความบาปแม้แต่เพียงเล็กน้อย หากเราปล่อยมันไว้ในชีวิตไม่ยอมจัดการ มันจะค่อย ๆ ดึงเราออกห่างจากพระเจ้า 'ถ้าตาข้างขวาของท่านทำให้ตัวท่านหลงผิด จงควักออกทิ้งเสีย เพราะว่าถึงจะเสียอวัยวะอย่างหนึ่ง ก็ดีกว่าตัวท่านจะต้องลงนรก ' มัทธิว 5:29  นี่คือประโยคที่พระเยซูพูด สิ่งที่เราเสียดาย อาจกลายเป็นสิ่งที่ทำลายเรา พระเจ้าไม่ได้เรียกให้เราจัดการบาปแบบครึ่ง ๆ กลาง ๆ แต่เรียกให้เราตัดให้ขาด บาปที่เราเลี้ยงไว้เพียงนิดเดียว วันหนึ่งมันจะครอบงำเราทั้งหมด ทางเดียวที่จะปลอดภัย คือการตัดมันให้ขาดตั้งแต่วันนี้เลย วุฒิ วงศ์สรรเสริญ
สดแต่เช้า Ep.331 จะพูดจาสื่อสารอย่างไรดี?
2026/02/04
คอลัมน์ “สดแต่เช้า”ปีที่5 (ตอนที่ 311) จะพูดจาสื่อสารอย่างไรดี? “ผู้สื่อสารอธรรมย่อมนำไปสู่ความลำบาก แต่ทูตที่ซื่อสัตย์นำการรักษามาให้” ‭‭ ~สุภาษิต‬ ‭13‬:‭17‬ ‭THSV11‬‬ “Unreliable messengers cause trouble, but those who can be trusted bring peace.” ‭‭ ~Proverbs‬ ‭13‬:‭17‬ ‭GNT‬‬ “การสื่อสาร”มีพลัง ~ทั้งบวกและลบ ~ทั้งเสริมสร้างและทำลายล้าง! ขอให้ตระหนักไว้ว่าคำพูดและข่าวสารสามารถ 1).เยียวยา ฟื้นฟู และนำความหวังกลับมา และ 2).ทำลายชีวิต ความสัมพันธ์ และสังคม พระธรรมสุภาษิตตอนนี้สอนเราว่า 1. ผู้สื่อสารอธรรมนำไปสู่ความลำบาก 1).“ผู้สื่อสารอธรรม”=คนที่ ~พูดจาโดยไม่ยำเกรงพระเจ้า ~พูดบิดเบือนความจริงใส่อคติ ~พูดเอาแต่ผลประโยชน์ตนเอง ~พูดแสดงความโกรธ หรือความเกลียดชัง ~พูดถ่ายทอดข่าวสารแบบไม่รับผิดชอบ 2).“นำไปสู่ความลำบาก”=ผลลัพธ์ที่ตามมาของการสื่อสารอธรรมคือ ~ความเสียหาย ~ความขัดแย้ง ~ความเจ็บปวด และผลร้าย ซึ่งจะย้อนกลับมาหาผู้พูดเองด้วย บางครั้ง คำพูดที่ผิดศีลธรรม อาจดูฉลาดในระยะสั้น แต่จะสร้าง “ความลำบากยุ่งยาก” แก่เราในระยะยาวเสมอ 2.ผู้สื่อสารที่ซื่อสัตย์นำการรักษามาให้ 1).“ทูตที่ซื่อสัตย์”=ผู้ที่ได้รับความไว้วางใจจากผู้อื่นให้ส่งสาร แทน เขาต้อง ~ซื่อตรงต่อความจริง ~ไม่เติม ไม่ตัด ไม่บิดจนผิดความจริง ~พูดจาด้วยใจที่ปรารถนาดี 2).“นำการรักษามาให้”= ผลลัพธ์ที่ตามมา คำว่า การรักษา ในที่นี้ ไม่ใช่แค่การรักษาโรค แต่รวมถึง ~การสมานความสัมพันธ์ ~การคลี่คลายความเข้าใจผิด ~การฟื้นฟูใจที่บอบช้ำ และ ~การนำสันติสุขกลับมา พี่น้องที่รัก ขอให้เราจดจำไว้เสมอว่า 1.คำพูดที่ไม่จริงใจ(ไม่รับผิดชอบ) จะทำให้ปัญหาหนักขึ้น 2.คำพูดที่ซื่อสัตย์(รับผิดชอบ) + เมตตา จะเปิดทางให้ เกิดการเยียวยา 3.คำพูดซุบซิบนินทาข่าวลือ คำพูดลับหลัง จะสร้างบาดแผลลึก 4.คำพูดสื่อสารอย่างตรงไปตรงมาด้วยความรัก จะรักษาความ เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน 5.คำพูดที่พยายามควบคุมหรือเอาแค่ตัวเองรอด จะนำวิกฤติมา 6.คำพูดที่จริงแม้จะเจ็บปวด แต่จะนำการฟื้นฟูมาให้ สรุป พระเจ้าจะไม่วัดเราแค่ “เนื้อหาที่เราพูด หรือสารที่เราสื่อ” แต่จะวัด 1).หัวใจ(รักเมตตา หรือ เกลียดโกรธ)ของเรา 2).ความซื่อสัตย์ในการสื่อสารของเรา ดังนั้น ขอให้สารที่เราสื่อจะเป็นเครื่องมือของพระเจ้า ในการรักษา ใจและโลกที่แตกสลายของใครบางคน บางครั้ง พระเจ้าอาจไม่ได้ส่งการอัศจรรย์ลงมาจากฟ้า เพื่อช่วยเขา แต่ส่งเราให้เป็นคนสื่อความจริงและความรักเพื่อเยียวยารักษาไปแทน แล้วเราควรสื่อสารกันอย่างไรดี? คำพูดของเราในเวลานี้กำลัง 1.เพิ่มความลำบาก หรือ 2.นำการเยียวยารักษา แก่ผู้ฟังของเรา? ขอให้เราถามตัวเองว่าเรากำลัง -พูดความจริงหรือพูดโกหก? -พูดความจริงด้วยความรักหรือความโกรธเกลียด? -พูดเพื่อเอาชนะคะคาน หรือเพื่อเยียวยารักษา? ….ตอบหน่อย ได้ไหมครับ? …………………………………………… ธงชัย ประดับชนานุรัตน์ 5กุมภาพันธ์ 2026 (ตอนที่311ปีที่5)#YoutubeCJCONNECT#คริสตจักรแห่งความรัก#Churchoflove #ShareTheLoveForward #ChurchOfJoy #คริสตจักรแห่งความสุข #NimitmaiChristianChurch #คริสตจักรนิมิตใหม่ #ฮักกัยประเทศไทย #อัลฟ่า #หนึ่งล้านความดี
พระธรรมนำชีวิต ตอน ทุ่มเทและร้อนรนเพื่อใคร? Ep.1532
2026/02/04
พระธรรมนำชีวิต ตอน ทุ่มเทและร้อนรนเพื่อใคร? Ep.1532 คริสเตียนจำนวนมากชื่นชมคนที่ทำงานรับใช้พระเจ้าอย่างหนัก คนที่ดูร้อนรนกระตือรือร้นและทุ่มเทจนบางครั้งเราเองก็อยากเป็นแบบนั้นบ้าง แต่เราเคยถามตัวเองไหมว่า ความร้อนรนและทุ่มเทนั้นเรามีไว้เพื่อใคร เพื่อพระเจ้าหรือเพื่อตัวเอง 2 พงศ์กษัตริย์ 10:15–17 เป็นเรื่องราวเยโฮนาดับบุตรเรคาบมาพบกับเยฮู ผมสงสัยครับว่าเขาเป็นใครจึงไปหาข้อมูลมา เยโฮนาดับเป็นผู้นำตระกูลเรคาบ เป็นคนที่จริงจังกับพระเจ้าและดำเนินชีวิตอย่างเคร่งครัด ความเชื่อของเขาถูกส่งต่อไปยังลูกหลาน พวกของเขายังเคร่งครัดเชื่อฟังพระวจนะอยู่อย่างมั่นคง ชื่อของเขาและครอบครัวถูกพบอีกครั้งใน เยเรมีย์ 35 เรากลับมาที่เรื่องราวนี้กันต่อ 'และเมื่อพระองค์เสด็จจากที่นั่น ก็ทรงพบเยโฮนาดับบุตรเรคาบมาหาพระองค์ พระองค์ทรงต้อนรับเขา และตรัสกับเขาว่า “จิตใจของท่านซื่อตรงต่อจิตใจของเรา อย่างที่จิตใจของเราซื่อตรงต่อจิตใจของท่านหรือ?” เยโฮนาดับทูลว่า “ซื่อตรง พ่ะย่ะค่ะ” เยฮูตรัสว่า “ถ้าซื่อตรงก็ยื่นมือมาให้เรา” เขาจึงยื่นมือของเขา และเยฮูก็ทรงดึงเขาขึ้นมาบนรถรบ ' 2 พงศ์กษัตริย์ 10:15 คำถามแรกที่เยฮูถาม ไม่ใช่เรื่องแผนการหรือยุทธศาสตร์ แต่คือเรื่องของใจ คำถามนี้สะท้อนความจริงฝ่ายวิญญาณว่า ก่อนพระเจ้าจะใช้ใคร พระองค์ทรงมองที่ใจ เราอาจทำงานมาก รับใช้มาก เหน็ดเหนื่อยมาก แต่คำถามสำคัญคือ ใจของเราซื่อตรงต่อพระเจ้าหรือเปล่า 'พระองค์ตรัสว่า “มากับเราเถิด และดูความกระตือรือร้นของเราเพื่อพระยาห์เวห์” พระองค์จึงให้เขานั่งรถรบของพระองค์ไป เมื่อมาถึงสะมาเรีย พระองค์ทรงประหารทุกคนในราชวงศ์ของอาหับที่เหลืออยู่ในสะมาเรียจนหมด ตามพระวจนะของพระยาห์เวห์ซึ่งตรัสกับเอลียาห์ ' 2 พงศ์กษัตริย์ 10:16-17 เยฮูมีความร้อนรนจริงๆ เขาทำลายพระบาอัลและกวาดล้างครอบครัวขอบอาหับ แต่ภายหลัง โฮเชยา 1:4 เปิดเผยว่า เขาเองก็ยังไม่กลับใจทั้งหมด พระเจ้าตรัสว่าจะลงโทษราชวงศ์เยฮู เพราะการนองเลือดที่ยิสเรเอล นั่นแปลว่า พระเจ้าใช้เขาเป็นเครื่องมือ แต่ไม่ได้หมายความว่า ใจของเขาทำถูกต้องทุกอย่าง ความร้อนรนอย่างเดียวไม่พอ แรงจูงใจที่ไปทำก็สำคัญไม่แพ้กัน เรารับใช้เพื่อถวายเกียรติแด่พระเจ้าหรือเพื่อชื่อเสียงของตัวเอง '“จงระวัง อย่าทำศาสนกิจเพื่ออวดคนอื่น ถ้าทำอย่างนั้นท่านทั้งหลายจะไม่ได้รับบำเหน็จจากพระบิดาของท่านผู้สถิตในสวรรค์ ' มัทธิว 6:1 นี่คือคำสั่งเตือนจากพระเยซูว่า อย่าทำอะไรเพื่อเอาหน้าหรืออวดคนอื่น พระเจ้ามองมาดกว่าความสำเร็จ พระองค์ทรงมองที่แรงจูงใจด้วย พวกเราไม่อาจปิดซ่อนความคิดหรือความตั้งใจใด ๆ จากพระเจ้าผู้ทรงสัพพัญญูได้ อย่าให้ความร้อนรนที่เรามีกลายเป็นความทะเยอทะยานส่วนตัวที่เอาพระเจ้ามาบังหน้า แต่สุดท้ายเราก็ทำเพื่อตัวเอง ขอให้ทุกสิ่งที่เราทำนั้นจะทำเพื่อถวายเกียรติแด่พระเจ้าจริง ๆ วุฒิ วงศ์สรรเสริญ
สดแต่เช้า ปีที่5 (ตอนที่ 310) คนแบบไหน ทึ่พระเจ้าอยากให้เข้าเฝ้า?
2026/02/04
คอลัมน์ “สดแต่เช้า”ปีที่5 (ตอนที่ 310) คนแบบไหน ทึ่พระเจ้าอยากให้เข้าเฝ้า? “ข้าแต่พระยาห์เวห์ ผู้ใดจะอาศัยอยู่ในพลับพลาของพระองค์? ผู้ใดจะอยู่บนภูเขาบริสุทธิ์ของพระองค์? คือผู้ดำเนินชีวิตอย่างหาที่ติมิได้และทำสิ่งที่ชอบธรรม และพูดความจริงจากใจของตน ผู้ไม่ใช้ลิ้นของตนในการนินทาว่าร้าย ไม่ทำชั่วต่อเพื่อน และไม่เยาะเย้ยเพื่อนบ้านของตน” ‭‭ ~สดุดี‬ ‭15‬:‭1‬-‭3‬ ‭THSV11‬‬ “Lord, who may dwell in your sacred tent? Who may live on your holy mountain? The one whose walk is blameless, who does what is righteous, who speaks the truth from their heart; whose tongue utters no slander, who does no wrong to a neighbor, and casts no slur on others;” ‭‭ ~Psalms‬ ‭15‬:‭1‬-‭3‬ ‭NIV‬‬ ในพระธรรมตอนนี้ (สดุดี‬ ‭15‬:‭1‬-‭3‬) กษัตริย์ดาวิดตรัสถึง “พลับพลา” และ “ภูเขาบริสุทธิ์” ในความหมายของ “การอยู่ต่อพระพักตร์พระเจ้า การมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับพระองค์” (ไม่ใช่เพียงแค่สถานที่ทางกายภาพ) คำถามคือ แล้ว “ใครคือคนที่พระเจ้าทรงยอมให้อยู่ใกล้ชิดและมีสัมพันธภาพสนิทกับพระองค๋?” พระธรรม สดุดี ได้เขียนไว้ชัดเจนว่า บุคคลนั้น คือ คนที่มีคุณลักษณะดังนี้ ​“ผู้ดำเนินชีวิตอย่างหาที่ติมิได้”‭‭ ~สดุดี‬ ‭15‬:‭2‬‭‭กTHSV11‬‬ =ผู้ที่ชีวิตภายในสอดคล้องตรงกับสิ่งที่แสดงออกภายนอก ไม่คด ไม่สองมาตรฐาน และซื่อตรง (Integrity) แต่ไม่ได้หมายถึง “ไม่เคยทำผิด” ​ “ทำสิ่งที่ชอบธรรม”“และทำสิ่งที่ชอบธรรม” ‭‭ ~สดุดี‬ ‭15‬:‭2‬ ‭ขTHSV11‬‬ =ผู้ที่กระทำสิ่งที่ถูกต้อง ยุติธรรม และไม่เอาเปรียบต่อผู้อื่น อีกทั้งยังกล้ายืนข้างความถูกต้อง แม้ไม่ง่าย ​“พูดความจริงจากใจของตน”“และพูดความจริงจากใจของตน” ‭‭ ~สดุดี‬ ‭15‬:‭2‬ ‭ค.THSV11‬‬ = ผู้ที่พูดมาจากใจที่ซื่อสัตย์ ไม่พูดเพื่อเอาตัวรอด ไม่พูดแค่เอาใจ ไม่พูดอย่างหนึ่ง แต่คิดอีกอย่างหนึ่ง ​“ผู้ไม่ใช้ลิ้นในการนินทาว่าร้าย””ผู้ไม่ใช้ลิ้นของตนในการนินทาว่าร้าย“ ~สดุดี‬ ‭15‬:‭3ก.THSV11‬‬ =ผู้ที่ไม่ใช้ลิ้นทำลายชื่อเสียงคนอื่น และไม่พูดลับหลังเพียงเพื่อให้ตนเองดูดี ​ “ไม่ทำชั่วต่อเพื่อน และไม่เยาะเย้ยเพื่อนบ้าน”“ไม่ทำชั่วต่อเพื่อน และไม่เยาะเย้ยเพื่อนบ้าน” ~สดุดี‬ ‭15‬:‭3ข.THSV11‬‬ = ผูัทึ่ไม่ใช้ความใกล้ชิดเพื่อทำร้าย หรือดูถูกคนอื่น และไม่คิดว่าตนวิเศษเหนือกว่าผู้ใด เพราะว่า คนเรา … ยิ่งอยู่ใกล้พระเจ้ามากเท่าใด เขาก็จะ ยิ่งถ่อมใจ ให้เกียรติ และเมตตาผู้อื่นมากขึ้นเท่านััน! ด้วยเหตุนี้ แก่นของสดุดีบทนี้ก็คือ ​การอยู่ใกล้พระเจ้าไม่ได้วัดจากพิธีกรรมเปลือกนอกที่เราทำ แต่วัดจากชีวิตประจำวันที่สอดคล้องทั้งจากภายในและภายนอก ​การมีความสัมพันธ์กับพระเจ้า จะสะท้อนออกมา ผ่าน1).ทัศนคติ และ วิธีคิด 2).คำพูดจา ที่จริงและสัตย์ซื่อ 3).ความสัมพันธ์และการกระทำที่ซื่อตรง 4).วิถีปฏิบัติที่ถ่อมใจและยุติธรรมของเราต่อคนอื่นๆรอบตัว สรุป ”ชีวิตที่อยู่ใกล้พระเจ้า คือชีวิตที่ไม่ทำร้ายใคร ไม่ว่าจะด้วยการกระทำหรือคำพูด!“ (A life close to God is a life that harms no one, in actions or in words.) ดังนั้น พี่น้องที่รัก ให้เราสำรวจตัวเราเองว่า วันนี้ เราเป็นคนที่มีลักษณะดังกล่าวนี้หรือไม่? ถ้ามี ก็ขอให้เรา …ไป เข้าเฝ้าพระเจ้า กันเถอะ! …………………………………………… ธงชัย ประดับชนานุรัตน์ 4กุมภาพันธ์ 2026 (ตอนที่310ปีที่5)#YoutubeCJCONNECT#คริสตจักรแห่งความรัก#Churchoflove #ShareTheLoveForward #ChurchOfJoy #คริสตจักรแห่งความสุข #NimitmaiChristianChurch #คริสตจักรนิมิตใหม่ #ฮักกัยประเทศไทย #อัลฟ่า #หนึ่งล้านความดี
สดแต่เช้า Ep.308 จงระวังทัศนคติของคุณ!
2026/02/03
คอลัมน์ “สดแต่เช้า”ปีที่5 (ตอนที่ 308) จงระวังทัศนคติของคุณ! “อย่า​ทำ​ตาม​อย่าง​คน​ใน​โลกนี้ แต่​ขอ​ยอม​ให้​พระเจ้า​เปลี่ยน​แปลง​คุณ คือ​พระองค์​จะ​ให้​จิตใจ​ใหม่​กับ​คุณ​ เพื่อ​จะ​ได้​รู้​ว่า​พระเจ้า​ต้อง​การ​อะไร สิ่ง​ไหน​ดี สิ่ง​ไหน​พระองค์​ชอบใจ และ​สิ่ง​ไหน​สมบูรณ์แบบ” ‭‭ ~โรม‬ ‭12‬:‭2‬ ‭THA-ERV‬‬ “Do not conform yourselves to the standards of this world, but let God transform you inwardly by a complete change of your mind. Then you will be able to know the will of God— what is good and is pleasing to him and is perfect.” ‭‭ ~Romans‬ ‭12‬:‭2‬ ‭GNT‬‬ น่าสนใจที่ ตัวอักษรภาษาอังกฤษมี 26 ตัว คือ A B C D E F G H I J K L M N O P Q R S T U V W X Y Z ถ้าเรานำตัวอักษรทั้งหมดนี้ มาแปลงเป็นตัวเลข จะได้ค่าออกมาดังนี้ 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 ถ้าเราอยากจะหาคำภาษาอังกฤษสักคำหนึ่งที่มีค่า เท่ากับ100 คุณคิดว่า คำๆนั้น คือคำว่าอะไร? ขอให้เรามาสนุกด้วยกันโดยการค้นหาคำๆนั้นๆ อาทิ ลองหาค่าจากคำต่อไปนี้ 1.คำว่า“Knowledge ”(ความรู้) มีมูลค่า=96 K+N+O+W+L+E+D+G+E (11+14+15+23+12+5+4+7+5 = 96% 2.คำว่า “Work hard“(ทำงานหนัก) มีมูลค่า=98 W+O+R+K+H+A+R+D (23+15+18+11+8+1+18+4 = 98%) บทเรียนจากทั้ง2 คำนี้ ก็คือ 1.ความรู้ (Knowledge) กับ 2.การทำงานหนัก(Work hard) มีความสำคัญเท่ากับ 96% และ 98% ต่อชีวิต 3.คำว่า“ LUCK ”(โชคดี) มีมูลค่า=47 L+U+C+K (12+21+3+11 = 47%) 4.คำว่า “ Money ”(เงินทอง) มีมูลค่า=72 M+O+N+E+Y (13+15+14+5+25 = 72%) ทั้ง โชคลาภ และเงินทอง ต่างก็ไม่ใช่สิ่งที่มีค่า เต็ม100% สำหรับชีวิตของเรา เช่นกัน! 5.Leadership (การเป็นผู้นำ) มีมูลค่า=89 L+E+A+D+E+R+S+H+I+P (12+5+1+4+5+18+19+9+16 = 89%) แม้แต่ “การเป็นผู้นำ” หรือคำอื่นๆ อีกมากมาย ก็ยังไม่มีคำไหนที่มี มูลค่า เป็น 100% ในชีวิตคนเรา ? ที่น่าสนใจ ก็คือ สิ่งที่จะทำให้ชีวิตเรามีคุณค่าเต็มร้อยนั่นก็คือ “ทัศนคติ”(ATTITUDE) A+T+T+I+T+U+D+E (1+20+20+9+20+21+4+5) ที่มีมูลค่า = 100% “ทัศนคติ” (Attitude) คือ “กรอบความคิด + ความรู้สึก + การตอบสนอง ที่เรามีต่อคน เหตุการณ์ หรือสถานการณ์หนึ่ง ๆ” นั่นคือ เราจะสุขหรือทุกข์ นั้น ล้วนขึ้นอยู่กับทัศนคติ และมุมมองที่เราตอบสนอง ต่อสิ่งที่เราเป็น ที่เรามี หรือ ที่เรากระทำ ด้วยเหตุนี้เอง เมื่อเราเลือกคิด และเลือกมองโลกอย่างไร เราก็จะลงมือกระทำแบบนั้น! พี่น้องที่รัก “ทัศนคติ” คือ “แนวความคิดเห็น, ความรู้สึกนึกคิดที่บุคคลมีต่อสิ่งต่าง ๆ รวมทั้งตนเอง โดยมีเหตุผลประกอบ” ดังนั้น นับจากวันนี้เป็นต้นไป ขอให้เราจะเป็นคนที่จะ 1.ดำเนินชีวิต และ 2.กระทำพันธกิจรับใช้ต่างๆด้วย“ทัศนคติที่ดี”แบบมีคุณค่าเต็ม 100 เพราะทัศนคติ คือ เลนส์ที่เราใช้มองชีวิต 1.ถ้าเราเปลี่ยนทัศนคติ เราก็จะเปลี่ยนวิธีคิด 2.ถ้าเราเปลี่ยนวิธีคิด เราก็จะเปลี่ยนการกระทำ 3.ถ้าเราเปลี่ยนการกระทำ เราก็จะเปลี่ยนผลลัพธ์ ขอให้จดจำไว้เสมอว่า เมื่อเราเปลี่ยนทัศนคติ “ชีวิตของเราจะดีขึ้น!“ …อาเมนไหม? …………………………………………… ธงชัย ประดับชนานุรัตน์ 2กุมภาพันธ์ 2026 (ตอนที่308ปีที่5)#YoutubeCJCONNECT#คริสตจักรแห่งความรัก#Churchoflove #ShareTheLoveForward #ChurchOfJoy #คริสตจักรแห่งความสุข #NimitmaiChristianChurch #คริสตจักรนิมิตใหม่ #ฮักกัยประเทศไทย #อัลฟ่า #หนึ่งล้านความดี
พระธรรมนำชีวิต ตอน ยิ่งใกล้ยิ่งเจ็บ Ep.1531
2026/02/02
พระธรรมนำชีวิต ตอน ยิ่งใกล้ยิ่งเจ็บ Ep.1531 เรามักคิดว่า ก็ฉันไม่ได้ทำอะไรผิด ฉันแค่เป็นเพื่อนกับเขาเฉยๆไม่น่าจะมีปัญหาอะไร แต่ในทางของพระเจ้าการพาตัวเองเข้าไปอยู่ในวงจรของความบาป หรือระบบที่ต่อต้านพระเจ้าเป็นเรื่องอันตรายถึงชีวิต 2 พงศ์กษัตริย์ 10:12–14  บันทึกเหตุการณ์ระหว่างทางที่เยฮูมุ่งหน้าไปสะมาเรีย เขาหยุดพักที่หมู่บ้านเลี้ยงแกะชื่อเบธเอเขด ที่นั่นเองเยฮูได้พบญาติของอาหัสยาห์พระราชาแห่งยูดาห์ที่เสียชีวิตไปแล้ว เยฮูถามว่าพวกเขาเป็นใคร พวกเขาก็ตอบความจริงไปว่า เป็นญาติของอาหัสยาห์กำลังเดินทางจะไปเยี่ยมลูกหลานของอาหับและเยเซเบล 'พระองค์รับสั่งว่า “จับพวกเขาทั้งเป็น” เขาทั้งหลายก็จับคนเหล่านั้นทั้งเป็น และประหารทั้ง 42 คนที่บ่อเบธเอเขด ไม่เหลือไว้สักคนเดียว ' 2 พงศ์กษัตริย์ 10:14 เยฮูจับพวกเขาและประหารชีวิตทั้งหมด พวกเราอาจจะมองว่าทำไมต้องจัดการคนบริสุทธิ์เหล่านี้ด้วยแต่หากเรามองด้วยการพิจารณาดีๆแล้วเราจะพบว่า พวกเขาก็เป็นเชื้อสายของอาหับและเยเซเบลด้วย พวกเขาไม่ได้เป็นคนเลวโดยกำเนิด แต่พวกเขาเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายอำนาจที่ผูกพันตัวเองกับครอบครัวของอาหับจึงถูกนับรวมในการพิพากษาครั้งนี้ด้วย ความบาปบางอย่างไม่ใช่แค่เรื่องส่วนตัวแต่เป็นเรื่องของระบบ เมื่อผู้นำผิด ครอบครัวผิด คริสตจักรผิด หรือเมื่อเราไปผูกพันกับความบาปผลกระทบที่เกิดขึ้นอาจจะไม่ได้เกิดขึ้นกับแค่เราคนเดียว บางทีมันส่งผลถึงคนรอบตัวด้วย พระวจนะตอนนี้ไม่ได้สอนให้เราใช้ความรุนแรงแต่กำลังเตือนเราว่าอย่าคิดแบบนี้ ก็ไม่ได้ทำด้วยแค่เข้าไปอยู่ด้วย ไปดูเฉยๆ แล้วคิดจะปลอดภัย การเลือกคบคน การเลือกข้างที่จะอยู่ กำหนดทิศทางชีวิตเราเสมอ 'อย่าหลงผิดเลย “การคบคนชั่วย่อมทำลายนิสัยที่ดีงาม” ' 1 โครินธ์ 15:33 เราไม่สามารถทำตัวกลมกลืนกับค่านิยมของโลกที่ต่อต้านพระเจ้าแล้วหวังว่าจะรอดพ้นผลกระทบของมัน การที่เราเอาตัวไปอยู่ใกล้หรือเล่นกับไฟ วันหนึ่งเราก็จะถูกเผาแน่นอน หากเรารู้ว่าความสัมพันธ์ใดหรือระบบใดที่พาเราห่างออกจากพระเจ้า ให้เรารีบตัดความสัมพันธ์นั้นก่อนที่เราตกลงในกับดัก ทางที่ปลอดภัยที่สุดคืออยู่ในพระเจ้าและอยู่ห่างจากระบบ หรือคนที่พาเราออกจากทางของพระองค์ วุฒิ วงศ์สรรเสริญ
พระธรรมนำชีวิต ตอน ไม่มีวันหายไป Ep.1530
2026/02/01
พระธรรมนำชีวิต ตอน ไม่มีวันหายไป Ep.1530 เราอาจจะคิดว่า หากเวลาผ่านไปนานแล้วเรื่องนั้นคงเงียบไปเอง ความผิดที่เราทำจะไม่มีใครจำได้ 2 พงศ์กษัตริย์ 10:1–11 เตือนเราว่าพระวจนะของพระเจ้าไม่เคยหายไป มันจะเกิดขึ้นจริงทุกประการแน่นอน หลังจากเยฮูถูกเจิมเป็นกษัตริย์แล้ว เขาไม่ได้บุกสะมาเรียทันที แต่ส่งจดหมายไปหาผู้นำเมือง และบอกให้พวกเขาเลือกลูกชายของอาหับที่คิดว่าเหมาะที่สุดจากทั้ง 70 คนขึ้นครองบัลลังก์ 'แต่พวกเขากลัวมาก และพูดว่า “ดูสิ พระราชาสองพระองค์ยังทรงต้านทานเยฮูไม่ได้ แล้วเราจะต้านทานได้อย่างไร?” ' 2 พงศ์กษัตริย์ 10:4 พวกเขาจึงแจ้งกลับมาว่า พวกเขาจะรับใช้เยฮู และจะทำทุกอย่างที่เยฮูสั่ง พวกเขาจะไม่ตั้งใครเป็นกษัตริย์ เยฮูจึงส่งจดหมายไปอีกฉบับบอกว่าให้พวกเขาประหารชีวิตลูกชายทั้ง 70 คน แล้วเอาหัวใส่ตระกร้าส่งมาที่ยิสเรเอล พวกเขาก็ทำตาม 'พอรุ่งเช้าพระองค์เสด็จออกไป ทรงยืน และตรัสกับประชาชนทั้งปวงว่า “ท่านทั้งหลายเป็นผู้ไร้ความผิด ส่วนเราได้กบฏต่อนายของเราและประหารพระองค์เสีย แต่ใครเล่าที่ฆ่าคนเหล่านี้? จงทราบเถิดว่า พระวจนะของพระยาห์เวห์ ซึ่งพระยาห์เวห์ตรัสเกี่ยวกับราชวงศ์ของอาหับจะไม่ตกดินแต่อย่างใดเลย เพราะพระยาห์เวห์ทรงทำตามที่ตรัสทางเอลียาห์ผู้รับใช้ของพระองค์” ' 2 พงศ์กษัตริย์ 10:9-10 เรื่องทั้งหมดนี้ไม่ใช่การล้างแค้นส่วนตัวแต่คือการพิพากษาลงโทษของพระเจ้าที่เคยตรัสผ่านเอลียาห์ 1 พงศ์กษัตริย์ 21 นั่นคือหลายสิบปีก่อนหน้านี้ พระเจ้าอดทนมานานเตือนมาหลายครั้ง แต่เมื่อถึงเวลาของพระเจ้าทรงจัดการทั้งหมดครบถ้วนตามที่พระองค์เคยตรัสไว้ เรื่องนี้เตือนใจผมอยากมากเพราะบางครั้งเรามักคิดเอาเองว่า พระเจ้าคงไม่ว่าอะไรหรอก ทำไปเถอะ มันยังไม่เห็นผลอะไร ความอดทนของพระเจ้าไม่ใช่การอนุญาตให้เราทำสิ่งนั่น การที่พระเจ้าไม่จัดการวันนี้ไม่ได้แปลว่าพระองค์ลืม แต่นัานเป็นเพราะว่าพระองค์ให้โอกาสเราที่จะกลับใจ 'ฟ้าและดินจะล่วงไป แต่บรรดาถ้อยคำของเราจะไม่สูญหายไปเลย ' มัทธิว 24:35 พระสัญญาของพระเจ้าก็จริง และคำเตือนของพระองค์ก็จริงเช่นกัน ขอเราอย่าประมาทเพราะถ้อยคำของพระเจ้าจะไม่มีวันสูญหายไป อย่าปล่อยบาปไว้โดยคิดว่าไม่เป็นไรไว้ อย่ารอให้ถึงวันที่พระเจ้าต้องจัดการ ทางที่ปลอดภัยที่สุดคือการกลับใจวันนี้ และดำเนินชีวิตให้ตรงตามพระทัย ตรงกับพระวจนะของพระเจ้าเสมอ วุฒิ วงศ์สรรเสริญ
สดแต่เช้า ปีที่5 (ตอนที่ 308) จงระวังทัศนคติของคุณ!
2026/02/01
คอลัมน์ “สดแต่เช้า”ปีที่5 (ตอนที่ 308) จงระวังทัศนคติของคุณ! “อย่า ทำ ตาม อย่าง คน ใน โลกนี้ แต่ ขอ ยอม ให้ พระเจ้า เปลี่ยน แปลง คุณ คือ พระองค์ จะ ให้ จิตใจ ใหม่ กับ คุณ เพื่อ จะ ได้ รู้ ว่า พระเจ้า ต้อง การ อะไร สิ่ง ไหน ดี สิ่ง ไหน พระองค์ ชอบใจ และ สิ่ง ไหน สมบูรณ์แบบ” ‭‭ ~โรม‬ ‭12‬:‭2‬ ‭THA-ERV‬‬ “Do not conform yourselves to the standards of this world, but let God transform you inwardly by a complete change of your mind. Then you will be able to know the will of God— what is good and is pleasing to him and is perfect.” ‭‭ ~Romans‬ ‭12‬:‭2‬ ‭GNT‬‬ น่าสนใจที่ ตัวอักษรภาษาอังกฤษมี 26 ตัว คือ A B C D E F G K L M N O P Q R S T U V W X Y Z ถ้าเรานำตัวอักษรทั้งหมดนี้ มาแปลงเป็นตัวเลข จะได้ค่าออกมาดังนี้ 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 ถ้าเราอยากจะหาคำภาษาอังกฤษสักคำ ที่มีค่า เท่ากับ100 ก็ให้เรามาสนุกด้วยกันโดยการเอาตัวอักษรในแต่ละคำ มาถอดรหัสหาค่าจากตัวเลขเหล่านั้น อาทิ ​คำว่า“Knowledge ”(ความรู้) มีมูลค่า=96%K+N+O+W+L+E+D+G+E (11+14+15+23+12+5+4+7+5 = 96% ​คำว่า “Work hard“(ทำงานหนัก) มีมูลค่า=98%W+O+R+K+H+A+R+D (23+15+18+11+8+1+18+4 = 98% บทเรียนจากทั้ง2 คำก็คือ ​ความรู้ (Knowledge) กับ​การทำงานหนัก(Work hard)มีความสำคัญเท่ากับ 96% และ 98% ต่อชีวิต ​คำว่า“ LUCK ”(โชคดี) มีมูลค่า=47%L+U+C+K (12+21+3+11 = 47%) ​ Money (เงินทอง) มีมูลค่า=72%M+O+N+E+Y (13+15+14+5+25 = 72%) ​Leadership (การเป็นผู้นำ) มีมูลค่า=89% L+E+A+D+E+R+S+H+I+P (12+5+1+4+5+18+19+9+16 = 89%) แต่ก็ยัง ไม่มีคำไหนที่มี มูลค่า เป็น 100% ในชีวิตคนเรา ? จริงๆ แล้วสิ่งที่จะทำให้ชีวิตเรามีคุณค่าเต็มร้อยนั่นก็คือ “ทัศนคติ”(ATTITUDE) A+T+T+I+T+U+D+E (1+20+20+9+20+21+4+5 ที่มีมูลค่า = 100% “ทัศนคติ” (Attitude) คือ “กรอบความคิด + ความรู้สึก + การตอบสนอง ที่เรามีต่อคน เหตุการณ์ หรือสถานการณ์หนึ่ง ๆ” นั่นคือ เราเลือกมองโลกอย่างไร เราก็จะลงมือทำแบบนั้น! พี่น้องที่รัก นับจากวันนี้เป็นต้นไป ขอให้เราจะเป็นคนที่จะ ​ดำเนินชีวิต และ​กระทำพันธกิจรับใช้ต่างๆด้วย“ทัศนคติที่ดี”แบบมีคุณค่าเต็ม 100 เพราะทัศนคติ คือ เลนส์ที่เราใช้มองชีวิต ​ถ้าเราเปลี่ยนทัศนคติ เราก็จะเปลี่ยนวิธีคิด ​ถ้าเราเปลี่ยนวิธีคิด เราก็จะเปลี่ยนการกระทำ​ถ้าเราเปลี่ยนการกระทำ เราก็จะเปลี่ยนผลลัพธ์ขอให้จดจำไว้เสมอว่า เมื่อเราเปลี่ยนทัศนคติ “ชีวิตของเราจะดีขึ้น!“ …อ าเมนไหม? …………………………………………… ธงชัย ประดับชนานุรัตน์ 2กุมภาพันธ์ 2026 (ตอนที่308ปีที่5)#YoutubeCJCONNECT#คริสตจักรแห่งความรัก#Churchoflove #ShareTheLoveForward #ChurchOfJoy #คริสตจักรแห่งความสุข #NimitmaiChristianChurch #คริสตจักรนิมิตใหม่ #ฮักกัยประเทศไทย #อัลฟ่า #หนึ่งล้านความดี
พระธรรมนำชีวิต ตอน ในเวลาของพระเจ้า Ep.1529
2026/02/01
พระธรรมนำชีวิต ตอน ในเวลาของพระเจ้า Ep.1529 วันนี้เรามาถึงอีกจุดจบนึงที่เป็นจริงตามถ้อยคำของพระเจ้า คือจุดจบของเยเซเบล ผู้หญิงที่ใช้อำนาจในทางชั่ว นำอิสราเอลไปไหว้รูปเคารพ ฆ่าคนของพระเจ้า ใส่ร้ายนาโบท เมื่อเยฮูมาถึงเมืองยิสเรเอล เมื่อเยเซเบลรู้ว่าเขากลับมาแทนที่จะกลับใจสำนึกผิด เธอกลับแต่งหน้าทำผม เมื่อเธอห็นเยฮูผ่านประตูวังมา เธอก็ตะโกนถามว่า “เจ้าผู้ฆ่านายของเจ้าอย่างเจ้าศิมรี มาอย่างสันติหรือ?” 'แล้วเยฮูแหงนหน้าไปที่หน้าต่างกล่าวว่า “ใครอยู่ฝ่ายเรา? ใครบ้าง?” มีขันทีสองสามคนชะโงกหน้าต่างออกมาดูเขา เยฮูก็กล่าวว่า “โยนนางลงมา” พวกเขาจึงโยนพระนางลงมา และโลหิตของพระนางก็กระเด็นติดผนังกำแพงและติดพวกม้าที่ย่ำไปบนพระนาง ' 2 พงศ์กษัตริย์ 9:32-33 เหตุการณ์นี้ดูรุนแรงมากใช่ไหม แต่พระวจนะของพระเจ้ากำลังบอกว่า นี่คือการพิพากษาของพระเจ้าที่ตรัสไว้ล่วงหน้าแล้วผ่านเอลียห์ วันนี้ถ้อยคำของพระเจ้าสำเร็จเป็นจริงทุกประการ เมื่อเยฮูเข้าไปทานอาหารเสร็จแล้ว ก็สั่งให้คนไปจัดการกับศพของเธอโดยสั่งว่า “จัดการกับหญิงที่ถูกสาปคนนี้ เอาไปฝังเสีย เพราะนางเป็นธิดาของพระราชา” แต่เมื่อไปแล้ว พวกเขาก็พบเพียงกะโหลกศีษระ เท้าและมือของเยเซเบลเท่านั้น 'เมื่อพวกเขากลับมาเรียนเยฮู ท่านก็กล่าวว่า “นี่เป็นไปตามพระวจนะของพระยาห์เวห์ ซึ่งตรัสทางเอลียาห์ชาวทิชบีผู้รับใช้ของพระองค์ว่า สุนัขจะกินเนื้อของเยเซเบลในเขตยิสเรเอล และศพของเยเซเบลจะเป็นเหมือนมูลสัตว์บนพื้นทุ่งในเขตยิสเรเอล เพื่อจะไม่มีใครกล่าวว่า ‘นี่คือ เยเซเบล’ ”' 2 พงศ์กษัตริย์ 9:36-37 บางครั้งความชั่วดูเหมือนได้ดี คนเอาเปรียบคนดูเหมือนชนะ คนใช้อำนาจผิดดูเหมือนไม่มีใครจะแตะต้องได้ พระวจนะของพระเจ้ายืนยันว่า ไม่มีใครหนีพ้นจากความยุติธรรมของพระเจ้าได้ เรื่องนี้มีไว้ให้เราสำรวจตัวเอง เพราะบางครั้งเราก็ไม่ได้ทำแบบเยเซเบล แต่สิ่งเราเป็น คือเราดื้อเงียบ ยังประนีประนอมกับบาป ยังคิดว่า ไม่เป็นไรหรอก ไม่ต้องรอ ให้เรารีบดลับใจเลย เพราะพระประสงค์ของพระเจ้าจะสำเร็จเป็นจริงแน่นอน 'ดังคำกล่าวที่ว่า “วันนี้ถ้าท่านทั้งหลายได้ยินพระสุรเสียงของพระองค์ อย่าให้จิตใจของท่านดื้อรั้นเหมือนอย่างในการกบฏครั้งนั้น” ฮีบรู 3:15 หากเราหลงไปขอให้รารีบกลับใจมาหาพระคุณของพระเจ้าให้เร็วที่สุด ขอให้เราเลือกถ่อมใจเชื่อฟังพระวจนะก่อน เพราะพระเจ้าทรงซื่อสัตย์ พระองค์ทรงจริงจังทั้งต่อพระพรและการพิพากษา ทางที่ปลอดภัยที่สุดไม่ใช่ทางของโลก แต่คือการดำเนินชีวิตในความยำเกรงพระเจ้า วุฒิ วงศ์สรรเสริญ
มดแต่เช้า Ep.307 คนมีวุฒิภาวะในพระคริสต์!
2026/01/31
คอลัมน์ “สดแต่เช้า”ปีที่5 (ตอนที่ 307) คนมีวุฒิภาวะในพระคริสต์! “พระองค์นี้แหละที่เราประกาศอยู่ โดยการเตือนสติและสั่งสอนทุกคนด้วยสรรพปัญญา เพื่อว่าเราจะถวายทุกคนที่เป็นผู้ใหญ่แล้วในพระคริสต์” ~โคโลสี 1:28 (THSV11 “He is the one we proclaim, admonishing and teaching everyone with all wisdom, so that we may present everyone fully mature in Christ.” ‭‭ ~Colossians‬ ‭1‬:‭28‬ ‭NIV‬‬ พระคัมภีร์ในข้อนี้ สอนอะไรเราบ้าง? 1️⃣.“พระองค์นี้แหละที่เราประกาศอยู่” “พระองค์”ในที่นี้ =“ พระเยซูคริสต์” “เรา”= “อาจารย์ เปาโล”และ “ทีม” “ที่(เรา)ประกาศอยู่” = “ข่าวประเสริฐ” อาจารย์เปาโลกล่าวไว้ชัดเจนว่า หัวใจของข่าวประเสริฐ ไม่ใช่ คำสอน ความเชื่อ ความคิด หรือปรัชญาของมนุษย์ที่ตีความและตั้งขึ้น แต่คือ “องค์พระคริสต์!” ผู้ทรงเป็นความหวัง ความรอด และชีวิตใหม่ ดังนั้น พันธกิจหลักของเรา จึงไม่ใช่การทำให้คน “รู้เรื่องพระคริสต์”หรือ “เก่งเรื่องศาสนา” แต่คือการทำให้คน “รู้จักพระเยซูคริสต์” และ“ดำเนินชีวิตไปกับพระองค์” 2️⃣. “โดยการเตือนสติและสั่งสอนทุกคน” ภารกิจที่เราต้องทำอย่างมีสมดุล คือ 1).เตือนสติ (Admonish) •เตือนสติเมื่อเห็นคนหลงทาง ด้วยความจริง •ชี้ให้เขาเห็นบาป ที่รวมทั้งความคิดผิดและท่าทีที่ไม่ถูกต้อง •ปฏิบัติต่อเขาด้วยความรัก ไม่ใช่โดยการตำหนิ หรือเล่นงานหนักหน่วง 2).สั่งสอน (Teach) •ปลูกฝังความจริงของพระวจนะลงในชีวิตของพวกเขา •สร้างรากฐานความเชื่ออันมั่นคงให้แก่พวกเขา •ทำให้พวกเขาเข้าใจในพระประสงค์และพระทัยของพระเจ้า 3️⃣. “ด้วยสรรพปัญญา” “สรรพปัญญา” ไม่ใช่เป็นเพียงแค่ความรู้ แต่คือพระปัญญาจากพระเจ้า ที่ช่วยให้เรารู้ว่า •เราควรพูดอะไร? กับใคร? ที่ไหน เวลาใด? และ วิธีใด(อย่างไร)? •เราควรตระหนักว่า แต่ละคนอาจต้องการการเตือนสติและการสอนที่แตกต่างกัน 4️⃣. “เพื่อว่าเราจะถวายทุกคน…” “ถวาย” = “มอบ นำมาอยู่ต่อหน้าผู้หนึ่งผู้ใด อุทิศ จัดส่งให้” อาจารย์เปาโลมองชีวิตของผู้เชื่อว่าเป็นสิ่งที่จะต้อง “ถูกนำเสนอ”ให้เป็นดุจเครื่องบูชา ต่อพระพักตร์พระเจ้า คือช่วยให้เขาผ่านกระบวนการสร้างสาวกอย่างครบถ้วน ดังนั้นเป้าหมายที่แท้จริงของคริสตจักรจึงไม่ใช่เพียงแค่ให้คนมาโบสถ์ แต่เป็นการเตรียม ชีวิตพวกเขาให้พร้อมเป็นของถวายที่งดงามอันพึงประสงค์ของพระคริสต์ 5️⃣. “ที่เป็นผู้ใหญ่แล้วในพระคริสต์” คำว่า “ผู้ใหญ่”(mature / complete) หมายถึง •เติบโตเต็มวัยฝ่ายจิตวิญญาณ •มั่นคงในความเชื่อที่ถูกต้อง •ดำเนินชีวิตเหมือนพระคริสต์มากขึ้น •รับผิดชอบต่อชีวิต ความเชื่อ และการทรงเรียกของตน •ดีพร้อม •มีความรักที่สมบูรณ์แบบผู้ใหญ่ฝ่ายจิตวิญญาณ (เติบโต และไม่เป็นทารกฝ่ายวิญญาณอีกต่อไป) สรุป “งานของคริสตจักรและพันธกิจของผู้นำนั้น ไม่ใช่เพียงแค่การประกาศให้คนเชื่อ ~เป็นเหมือนแค่กิจกรรมหนึ่งทางศาสนา แต่คือการหล่อหลอมเสริมสร้างชีวิตของผู้เชื่อนั้น จนกว่าเขาจะมีวุฒิภาวะแบบพระคริสต์ ~เป็นการสร้างสาวกให้เติบโตเป็นผู้ใหญ่ในพระคริสต์! (โคโลสี 1:28 ) ดังนั้น พี่น้องที่รัก ขอให้เรา 1.ยอมให้พระคริสต์ทรงทำกิจในชีวิตของเรา 2.ยอมให้พระองค์ทรงครอบครองและเติบโตขึ้น 1).ในชีวิต และ 2).ในการทำพันธกิจของเรา เพิ่มขึ้นทุกวัน 3.ยอมให้พระเจ้าทรงใช้เรานำพระคริสต์เข้าในชีวิตของคนอื่น จนกระทั่งพระองค์ครองใจพวกเขา จนหมดสิ้น ดังคำกล่าวที่ว่า “การเป็นผู้ใหญ่ฝ่ายจิตวิญญาณคือ การยอมให้พระคริสต์เติบโตขึ้นในชีวิตของเราอย่างต่อเนื่อง!” (Spiritual maturity means allowing Christ continually grow within us.) …จะดีไหมครับ? …………………………………………… ธงชัย ประดับชนานุรัตน์ 1กุมภาพันธ์ 2026 (ตอนที่307ปีที่5)#YoutubeCJCONNECT#คริสตจักรแห่งความรัก#Churchoflove #ShareTheLoveForward #ChurchOfJoy #คริสตจักรแห่งความสุข #NimitmaiChristianChurch #คริสตจักรนิมิตใหม่ #ฮักกัยประเทศไทย #อัลฟ่า #หนึ่งล้านความดี
พระธรรมนำชีวิต ตอน ผลของการเลือก Ep.1528
2026/01/31
พระธรรมนำชีวิต ตอน ผลของการเลือก Ep.1528 วันนี้เรากลับไปดูจุดจบของอาหัสยาห์ผู้ที่ต้องเผชิญกับผลของการเลือกที่จะใช้ชีวิตตามฝั่งของแม่ เขาเลือกที่จะไปสงครามกับโยรัมผู้เป็นลุง เลือกที่จะไปเยี่ยมลุงในเวลาที่ลุงบาดเจ็บจากสงคราม แต่เขาไม่รู้เลยว่า เวลาของเขากำลังจะหมด เมื่อโยรัมกำลังหันรถรบหนี เขาก็หันมาบอกอาหัสยาห์ว่า นี่เป็นพวกกบฎ แล้วโยรัมก็ถูกลูกธนูปักที่หัวใจสิ้นชีวิตคารถรบเลย 'เมื่ออาหัสยาห์พระราชาแห่งยูดาห์ทอดพระเนตรเห็นดังนั้น ก็ทรงหนีไปทางเมืองเบธฮักกาน และเยฮูก็ติดตามพระองค์ไป กล่าวว่า “จงยิงเขาในรถรบด้วย” และเขาทั้งหลายได้ยิงพระองค์ตรงทางขึ้นไปตำบลกูร ซึ่งอยู่ใกล้อิบเลอัม และพระองค์ทรงหนีไปถึงเมืองเมกิดโด และสิ้นพระชนม์ที่นั่น ' 2 พงศ์กษัตริย์ 9:27 ระยะการปกครองของอาหัสยาห์จึงมีเพียงปีเดียว เราไม่รู้เลยว่าวันเวลาของเราจะยาวนานได้แค่ไหน ขอให้เราเลือกพระเจ้าก่อน ขอให้เราเลือกอยู่กับชุมชนหรือคนที่จะพาเราเดินในทางของพระเจ้า 'บุคคลผู้เป็นสุขคือ ผู้ไม่เดินตามคำแนะนำของคนอธรรม ไม่ยืนอยู่ในทางของคนบาป ไม่นั่งอยู่ในที่นั่งของคนที่ชอบเยาะเย้ย แต่ความปีติยินดีของผู้นั้นอยู่ในธรรมบัญญัติของพระยาห์เวห์ เขาใคร่ครวญธรรมบัญญัติของพระองค์ทั้งกลางวันและกลางคืน เขาเป็นเหมือนต้นไม้ที่ปลูกไว้ริมธารน้ำ ซึ่งเกิดผลตามฤดูกาล และใบก็ไม่เหี่ยวแห้ง ทุกอย่างที่เขาทำก็จำเริญขึ้น ' สดุดี 1:1-3 ขอให้เราระมัดระวังให้ดี ใคร่ครวญถ้อยคำของพระเจ้าเสมอ ขอให้เราจะไม่เดินตามคำแนะนำของคนบาป เพราะในที่สุดแล้ว เราจะคิดและมีพฤติกรรมเหมือนเขา ขอพระเจ้านำให้เราจะเจริญขึ้นในทุกทาง มีชีวิตที่มั่นคงในพระเจ้า แม้เราจะต้องผ่านฤดูกาลที่แตกต่างแต่ชีวิตฝ่ายวิญญาณของเราจะไม่เหี่ยวแห้งเลย วุฒิ วงศ์สรรเสริญ
พระธรรมนำชีวิต ตอน ไม่เคยผิดพลาด Ep.1527
2026/01/30
พระธรรมนำชีวิต ตอน ไม่เคยผิดพลาด Ep.1527 วันนี้เรากลับมาถึงเรื่องราวที่ยืนยันว่า พระเจ้าทรงซื่อสัตย์ ถ้อยคำของพระองค์เป็นจริงเสมอ หลังจากที่เยฮูตอบไปว่า สันติหรือความสุขที่แท้จริงนั้นไม่อาจมีได้หากยังมีบาปที่ยังไม่จัดการ โยรัมจึงหันรถรบกลับหนีไปและบอกกับอาหัสยาห์ว่า นี่เป็นพวกกบฏ 'และเยฮูก็โก่งธนูด้วยสุดกำลัง ยิงถูกโยรัมระหว่างพระอังสา ลูกธนูจึงแทงทะลุพระหทัย พระองค์ก็ทรงล้มลงในรถรบ ' 2 พงศ์กษัตริย์ 9:24 เหตุการณ์ทั้งหมดนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญหรือเป็นอุบัติเหตุ ลูกธนูปักเข้าไประหว่างบ่าทั้งสองข้าง ทะลุตรงกลางหัวใจ ทำให้โยรัมเสียชีวิตอยู่ในรถรบนั้น 'เยฮูพูดกับบิดคาร์ นายทหารผู้ช่วยว่า “จงยกศพเขาขึ้น และโยนทิ้งลงไปในที่ดินแปลงของนาโบทชาวยิสเรเอล จำได้ไหม? เมื่อเรากับท่านขี่ม้าเคียงกันมา ตามอาหับบิดาของเขาไป พระยาห์เวห์ทรงกล่าวโทษเขา พระยาห์เวห์ตรัสว่า ‘เราเห็นโลหิตของนาโบทและโลหิตของลูกหลานของเขาเมื่อวานนี้แน่ทีเดียว พระยาห์เวห์ตรัสว่า เราจะตอบสนองเจ้าบนที่ดินแปลงนี้แหละ ฉะนั้นจงยกเขาขึ้นทิ้งไว้บนที่ดินแปลงนี้แหละ ตามพระวจนะของพระยาห์เวห์” ' 2 พงศ์กษัตริย์ 9:25-26 ที่ดินแปลงนี้แหละที่นาโบทถูกใส่ร้ายและถูกฆ่าโดยแผนการของเยเซเบลเพื่อแย่งชิงที่ดินมาให้อาหับพ่อของโยรัม พระเจ้าตรัสผ่านเอลียาห์ว่า “ในที่ที่สุนัขเลียโลหิตของนาโบท สุนัขจะเลียโลหิตของเจ้าด้วย” แม้เวลาจะผ่านไปนานแล้วแต่เยฮูจำได้  โยรัมไม่ได้ตายที่ไหนก็ได้แต่เขาต้องมาตายและถูกทิ้งศพไว้ที่ดินของนาโบท เหตุการณ์นี้ยืนยันว่าพระเจ้าทรงซื่อสัตย์และยุติธรรมเสมอ พระองค์ไม่เคยลืมสิ่งที่พระองค์ตรัสไม่ว่าจะเป็นพระพรหรือคำพิพากษา  โลกนี้อาจบอกเราว่า เพื่อความสำเร็จเราทำอะไรก็ได้ ใคร ๆ เขาก็โกงกัน ใคร ๆ เขาก็เอาเปรียบกัน แต่เรื่องราวนี้เตือนเราว่า อย่าปล่อยตัวไปตามวิถีของโลก เพราะพระเจ้าทรงเห็นและทรงจดจำในทุกการกระทำได้ มีคำกล่าวไว้ว่า ความยุติธรรมอาจมาช้า แต่มาแน่นอน 'พระเจ้าทรงไม่ใช่มนุษย์ที่จะมุสา และไม่ได้ทรงเป็นบุตรของมนุษย์ที่จะต้องกลับใจ พระองค์จะไม่ทรงทำตามที่ตรัสไว้แล้วหรือ? พระองค์จะไม่ทรงทำให้สำเร็จตามที่ทรงลั่นวาจาไว้แล้วหรือ? ' กันดารวิถี 23:19 วันนี้ถ้าเราเห็นคนทำผิดแล้วได้ดี หรือเห็นความไม่ยุติธรรมเกิดขึ้นจนชินตา ขอให้สิ่งเหล่านั้นอย่าทำให้เราพลาดหรือเผลอไปทำตามอย่างเขา พระเจ้าทรงซื่อสัตย์และพระวจนะเป็นจริงเสมอ ดังนั้นขอให้เราดำเนินชีวิตด้วยความระมัดระวัง ยำเกรงพระเจ้า สิ่งดีที่เราหว่านไว้พระเจ้าจะตอบแทนแน่นอน แต่สิ่งร้ายที่โลกทำดูเหมือนไม่มีผลในวันนี้ แต่มันจะมีผลแน่นอนในเวลาของพระเจ้า ทุกอย่างที่เราเลือกจะมีผลตามมาเสมอ หากพวกเราเลือกเชื่อฟังก็จะมีพระพร หากเราเลือกฝ่าฝืนก็มีผลตามมาแน่นอนในเวลาของพระเจ้า วุฒิ วงศ์สรรเสริญ
สดแต่เช้า Ep.306 คนเป็นผู้ใหญ่ เขาคิดกันอย่างนี้!
2026/01/30
คอลัมน์ “สดแต่เช้า”ปีที่5 (ตอนที่ 306) คนเป็นผู้ใหญ่ เขาคิดกันอย่างนี้! “เพราะฉะนั้น เราที่เป็นผู้ใหญ่แล้วจงคิดอย่างนี้ และถ้าพวกท่านคิดอีกอย่างหนึ่ง พระเจ้าก็จะทรงให้เรื่องนี้ประจักษ์แก่ท่านด้วย” ~‭‭ฟีลิปปี‬ ‭3‬:‭15‬ ‭THSV11‬‬ “All of us, then, who are mature should take such a view of things. And if on some point you think differently, that too God will make clear to you.” ‭‭~Philippians‬ ‭3‬:‭15‬ ‭NIV‬‬ พระธรรม ฟิลิปปี3:13~15 มีบทเรียนสำคัญมาก สอนเราเกี่ยวกับ การเป็นผู้ใหญ่ฝ่ายจิตวิญญาณ ในตอนนี้ จะเน้นในข้อ15 1.“เราที่เป็นผู้ใหญ่แล้ว” (ข.15) คือคนที่มีความเป็นผู้ใหญ่ฝ่ายจิตวิญญาณที่ 1).ไม่ยึดติดกับความสำเร็จในอดีต “พี่น้องทั้งหลาย ข้าพเจ้าไม่ถือว่าข้าพเจ้าฉวยไว้ได้แล้ว ~ฟีลิปปี‬ ‭3‬:‭13‬ก. ‭THSV11‬‬ 2).รู้ว่าตนเอง”ยังไปไม่ถึงเส้นชัย”ยังต้องไปต่อ “แต่ข้าพเจ้าทำอย่างหนึ่ง คือลืมสิ่งที่ผ่านพ้นมา แล้วโน้มตัวไปยังสิ่งที่อยู่เบื้องหน้า” ‭‭ ~ฟีลิปปี‬ ‭3‬:‭13‬ข. ‭THSV11‬‬ 3).มุ่งไปข้างหน้าเพื่อรับรางวัลตามการทรงเรียกของพระเจ้า “และข้าพเจ้าบากบั่นมุ่งไปสู่หลักชัย เพื่อจะได้รับรางวัลคือการทรงเรียกแห่งเบื้องบนซึ่ง มีในพระเยซูคริสต์” ‭‭ ~ฟีลิปปี‬ ‭3‬:‭14‬ ‭THSV11‬‬ ผู้ใหญ่ฝ่ายจิตวิญญาณ จึงเป็นคนที่ไม่คิดว่าตนรู้หมด หรือบรรลุแล้ว แต่ถ่อมใจเรียนรู้อยู่เสมอ 2. “จงคิดอย่างนี้” คือ มีทัศนคติเช่นเดียวกับเปาโล ซึ่งหมายถึง 1).ไม่พอใจในระดับความเชื่อปัจจุบัน 2).ไม่หยุดเติบโต 3).ไม่อวดความชอบธรรมของตน แต่ 4).ตั้งเป้าชีวิตที่ “พระคริสต์” ไม่ใช่ “ตัวเราเอง” ผู้ใหญ่ฝ่ายจิตวิญญาณ จึงเป็นคนที่ยังวิ่งต่อไป ไม่ใช่คนที่คิดว่าตัวเองถึงแล้ว 3. “ถ้าพวกท่านคิดอีกอย่างหนึ่ง…” คือ ไม่บังคับ ไม่ตำหนิ และไม่ตัดสินผู้อื่น แต่ยอมรับความจริงว่าผู้เชื่อแต่ละคนอาจยืนอยู่คนละจุด และมีความเข้าใจไม่เท่ากัน ผู้ใหญ่ฝ่ายจิตวิญญาณ จึงเป็นคนที่มั่นคงในความจริง แต่ใจกว้างต่อความคิดความเชื่อของคนอื่นแม้แตกต่าง 4. “พระเจ้าก็จะทรงให้เรื่องนี้ประจักษ์แก่ท่านด้วย” คือเชื่อว่า ความเข้าใจและการเติบโตฝ่ายจิตวิญญาณ 1).ไม่ได้มาจากความรู้ความฉลาดหรือความเก่งของเรา แต่ 2).มาจากการทรงนำของพระเจ้า โดยมีพระวิญญาณบริสุทธิ์ ก.ทรงสอน และ ข.ทรงเปิดตาและเปิดใจของเราแต่ละคนในเวลาที่เหมาะสม โดยถือว่า 1).บทบาทหน้าที่ของเรา คือ การดำเนินชีวิตด้วย ความเชื่อฟังอย่างสัตย์ซื่อ และ 2).บทบาทหน้าที่ของพระเจ้า คือ การเปิดความคิดความ เข้าใจของเรา สรุป พระธรรม ฟีลิปปี 3:15 ตอนนี้ สอนเราว่า 1.ผู้ใหญ่ฝ่ายจิตวิญญาณ คือคนที่ถ่อมใจและไม่หยุดเติบโต ไม่ใช่คนที่คิดว่าตน “ถูกที่สุด” แต่คือคนที่เชื่อว่าพระเจ้า ยังมีอะไรสอนเราได้อยู่เสมอตลอดเวลา 2.ผู้ใหญ่ฝ่ายจิตวิญญาณ คือคนที่ยอมรับในความแตกต่าง ทางความคิดและไม่ปล่อยให้สิ่งนั้นเป็นเหตุให้เกิดความ แตกแยก 3.ผู้ใหญ่ฝ่ายจิตวิญญาณเชื่อมั่นและมอบทุกสิ่งรวมทั้ง ความแตกต่างทางความคิดไว้กับพระเจ้า มากกว่าการ บังคับผู้อื่นให้ต้องคิดเหมือนเรา(ในทันที) 4.ผู้ใหญ่ฝ่ายจิตวิญญาณ ยอมรับและวางใจว่าการเจริญเติบโต ที่แท้จริง เกิดจากการที่พระเจ้าทรงสำแดงและกระทำ ไม่ใช่เกิดจากการเร่งรัดของมนุษย์อย่างเรา พี่น้องที่รัก ขอย้ำอีกครั้งว่า “ผู้ใหญ่ฝ่ายจิตวิญญาณ ไม่รีบตัดสินคนอื่น เพราะรู้ว่าพระเจ้ายังทรงทำงานอยู่ในทุกคน!” (A spiritually mature person is slow to judge others, knowing that God is still at work in everyone.) … ไม่ทราบว่า คุณเห็นด้วยกับความคิดเช่นนี้ หรือไม่ครับ? …………………………………………… ธงชัย ประดับชนานุรัตน์ 31มกราคม2026 (ตอนที่306ปีที่5)#YoutubeCJCONNECT#คริสตจักรแห่งความรัก#Churchoflove #ShareTheLoveForward #ChurchOfJoy #คริสตจักรแห่งความสุข #NimitmaiChristianChurch #คริสตจักรนิมิตใหม่ #ฮักกัยประเทศไทย #อัลฟ่า #หนึ่งล้านความดี
สดแต่เช้า Ep.305 อย่าเป็นเด็กตลอดไป!
2026/01/30
คอลัมน์ “สดแต่เช้า”ปีที่5 (ตอนที่ 305) อย่าเป็นเด็กตลอดไป! “เมื่อข้าพเจ้ายังเป็นเด็ก ข้าพเจ้าพูดอย่างเด็ก คิดอย่างเด็ก หาเหตุผลอย่างเด็ก แต่เมื่อข้าพเจ้าเป็นผู้ใหญ่ ข้าพเจ้าก็เลิกอาการของเด็ก” ~‭‭1 โครินธ์‬ ‭13‬:‭11‬ ‭THSV11‬‬ “When I was a child, I talked like a child, I thought like a child, I reasoned like a child. When I became a man, I put the ways of childhood behind me.” ‭‭ ~1 Corinthians‬ ‭13‬:‭11‬ ‭NIV‬‬ เวลานี้ความคิดและจิตวิญญาณของคุณ เป็นเหมือนเด็กหรือผู้ใหญ่? 1.เด็ก หมายถึง”มีความไม่สมบูรณ์ ยังจำกัด มองโลกแคบ ยึดตนเอง เป็นศูนย์กลาง“ 2.ผู้ใหญ่ หมายถึง ”มีความสมบูรณ์ เติบโต เข้าใจลึกซึ้ง ยอมสละตนเพื่อ ผู้อื่น“ อย่างไรก็ตาม ไม่ได้หมายความว่า “เป็นเด็กแล้วไม่ดี” แต่หมายถึง ขั้นตอนหนึ่งของการเติบโต นั้นเริ่มจากการเป็นเด็ก แต่ว่าไม่ควรที่จะ “หยุดอยู่แค่นั้น!” อาจารย์เปาโล เตือนว่า ถ้าเราเป็นผู้ใหญ่(ทางกายภาพ)แล้ว ก็อย่า ”พูด–คิด– หรือ หาเหตุผลอย่างเด็ก“! 1.”พูดอย่างเด็ก“คือ พูดตามอารมณ์ พูดเพื่อเอาชนะหรือ พูดโดยไม่คิดถึงผลกระทบที่จะตามมาต่อคนอื่นและต่อตัวเอง 2.”คิดอย่างเด็ก“ คือ คิดเพื่อตัวเองก่อน คิดแบบระยะสั้น หรือ คิดจากสิ่งที่เห็นตรงหน้าเท่านั้น 3.”หาเหตุผลอย่างเด็ก“ คือ ตัดสินจากความรู้สึก เหตุผลเข้าข้างตนเอง และขาดความเข้าใจในบริบททั้งหมด สิ่งที่เราควรจะทำอย่างเร่งด่วน ก็คือ “เลิกอาการของเด็ก!” แต่ไม่ได้หมายความ ให้เสียความไร้เดียงสา(อย่างเด็ก)! เปาโล ไม่ได้บอกให้เลิกมีความจริงใจใสซื่ออย่างเด็ก แต่ให้เลิกและทิ้งความเห็นแก่ตัวความอิจฉา การอวดตัว และการเอาของประทานหรือความสามารถมาแข่งขันและเบ่งข่มกันเอง เด็กๆมักคิดและเรียกร้องถามว่า “ฉันจะได้อะไร?” แต่ผู้ใหญ่ฝ่ายจิตวิญญาณ จะคิดใคร่ครวญและถามก่อนว่า “ฉันจะเป็นพรอะไรต่อใครได้บ้าง?” ดังนั้น ถ้าคุณต้องการ 1.รักษาความสัมพันธ์ และ 2.ได้มาซึ่งความสำเร็จ ก็จงอย่าคิด พูด หาเหตุผล แสวงหา หรือ ตอบสนองต่อความต้องการ ปัญหา และความขัดแย้ง เหมือนอย่างเด็กๆที่ขาดการยั้งคิด พี่น้องที่รัก จงคิดและปฏิบัติตนอย่างผู้ใหญ่ที่มีพระเยซูคริสต์เป็นศูนย์กลางพึงกระทำ นั่นคือ จะใคร่ครวญมีดุลพินิจ ก่อนตัดสินใจลงมือกระทำสิ่งใด ด้วยความรักเสมอ แล้วชีวิตของคุณ จะเจริญและปลอดภัย และจะทำให้ตัวคุณเองและคนอื่นมีความสุขเสมอไป …ดีไหมครับ? …………………………………………… ธงชัย ประดับชนานุรัตน์ 30มกราคม2026 (ตอนที่305ปีที่5)#YoutubeCJCONNECT#คริสตจักรแห่งความรัก#Churchoflove #ShareTheLoveForward #ChurchOfJoy #คริสตจักรแห่งความสุข #NimitmaiChristianChurch #คริสตจักรนิมิตใหม่ #ฮักกัยประเทศไทย #อัลฟ่า #หนึ่งล้านความดี

Podcast reviews

Read Soul Food Podcasts podcast reviews


5 out of 5
1 reviews
★★★★★
boyd kosiyabong 2024/02/04
สรรเสริญพระเจ้า
สรรเสริญพระเจ้า สำหรับทุกอย่างครับ
check all reviews on apple podcasts

Podcast sponsorship advertising

Start advertising on Soul Food Podcasts relevant audience podcasts


What do you want to promote?