
Advertise on podcast: 7 ตามใจท่าน (ธรรมะสากัจฉา)
Rating
5from
This podcast has
425 episodes
Language
ThaiExplicit
No
Date created
2019/08/01
Latest episode
2026/10/10
Average duration
57 min.
Release period
7 days
Description
การพูดคุยปรึกษา คือ สากัจฉาทำให้เกิดความไม่ประมาทและมีปัญญาได้, มีคำถามอยู่ที่ไหน ก็มีคำตอบอยู่ที่นี่, ตอบทุกข้อสงสัย ทั้งในการดำเนินชีวิต, หลักธรรม หรือการภาวนา โดย ร่วมพูดคุยกับคุณเตือนใจ สินธุวณิก และ พระอาจารย์พระมหาไพบูลย์ อภิปุณฺโณ ในช่วง "ตามใจท่าน". New Episode ทุกวันอาทิตย์ เวลา 05:00, Podcast นี้เป็นส่วนหนึ่งของรายการธรรมะรับอรุณ ออกอากาศทุกวันทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย (สวท.) มีคำถาม/ข้อเสนอแนะ หรือสมัครติดตามฟังทั้ง 7 รายการ ที่ panya.org Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
Unlock 7 ตามใจท่าน (ธรรมะสากัจฉา) podcast Email contact info,
Listeners & Audience details
Email contact information
Direct podcast contact details

Listeners
Audience numbers & engagement insights

Audience details
Podcast Insights

Podcast episodes
Check latest episodes from 7 ตามใจท่าน (ธรรมะสากัจฉา) podcast
ชีวิตดีด้วยความดี [6941-7q]
2026/10/10
Q: ทำไมชีวิตจึงมีทุกข์มากมายเช่นนี้?
A: มนุษย์เป็นภพที่มีสุขกับทุกข์พอๆ กัน การที่เราเห็นทุกขตบุคคลหรือมหาเศรษฐี ให้คุณมั่นใจได้เลยว่า “ตลอดกาลยืดยาวนานในสังสารวัฏนี้ เราเคยเกิดเป็นแบบนี้มาแล้ว” เพราะฉะนั้น ไม่ว่าเราจะเจอสุขหรือทุกข์ก็ตาม ให้เราทำความดี ปฏิบัติตามมรรค8 ความดีจะเป็นที่พึ่งของเราได้
Q: การฆ่าสัตว์ทำให้อายุสั้น แล้วคนที่มีอาชีพต้องฆ่าสัตว์จะมีวิธีแก้ไขอย่างไร?
A: ไม่แน่ วิบากแปรไปตามกรรมดีกรรมชั่วที่กระทำ อะไรที่ไม่ดีก็เลิก อย่ากินแต่บุญเก่า ควรสร้างบุญใหม่ ด้วย ศีล สมาธิ ปัญญา
Q: จากเรื่องกล่องข้าวน้อยฆ่าแม่ จะเป็นการบรรเทาบาปที่เคยทำไว้ได้หรือไม่?
A: ทำกรรมอะไรไว้ก็จะได้รับผลของกรรมนั้น การล้างบาปในคำสอนนี้ไม่มี แต่การทำความดีย่อมมีวิบากดี จะใหผลมากหรือน้อยเป็นสิ่งที่บอกได้ยาก
Q: พ่อ-แม่เลี้ยงทำดีกับลูก จะได้กุศลเท่ากับเลี้ยงลูกตนเองหรือไม่?
A: เปรียบเทียบได้แต่ไม่เท่ากัน ให้ตั้งจิตแบบพรหม ทำดีแบบไม่หวังผลในความดี ยิ่งดี
Q: การที่ขอข้าววัดกินแต่ก็ช่วยงานของวัดด้วยจะเป็นบาปไหม?
A: บุญบาปอยู่ที่การกระทำ ไม่ใช่อยู่ที่สถานที่
Q: ติดโควิด19 เป็นกรรมหรือไม่ ?
A : อาจจะใช่หรือไม่ใช่ หรืออาจจะเกิดจากหลายปัจจัย คือ ดินฟ้าอากาศ การเตรียมตัวไม่สม่ำเสมอ การถูกคนทำร้าย เรื่องของสุขภาพ เรื่องของธาตุต่างๆ ในร่างกาย หรืออาจจะเป็นเรื่องของกรรมเก่า
Q: เรื่อง UFO ใกล้จะถูกเปิดเผยหรือยัง ?
A: เป็นเรื่องโลกอื่น ให้สนใจมาในอริยสัจ 4
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
จิตกับใจ [6940-7q]
2026/10/03
Q: จิตกับใจแตกต่างกันหรือไม่ อย่างไร?
A: แยกพิจารณาทำความเข้าใจความหมายของ ใจ ธรรมารมณ์ วิญญาณ และจิต, “ใจ (มโน)” คือช่องทาง เป็นช่องทางของสิ่งที่เป็นนามทั้งหมด เช่น ความคิด ความรู้สึก อารมณ์ เรียกตรงนี้ว่า “ธรรมารมณ์” รับรู้ได้ผ่านทางช่องทางใจ เช่นเดียวกับ หูเป็นช่องทางของเสียง ตาเป็นช่องทางของภาพและการที่จะรับรู้ได้ ต้องมี “วิญญาณ” ซึ่งวิญญาณก็จะมีตามช่องทาง เช่น ช่องทางหูจะรับรู้ได้ด้วยโสตวิญญาณ ธรรมารมณ์ก็เป็นนามอยู่ในช่องทางใจ รับรู้ธรรมารมณ์ได้เพราะมโนวิญญาณ “จิต” ทำหน้าที่ในการรับรู้คือวิญญาณ ผ่านทางใจ
เพราะฉะนั้น ใจ ธรรมารมณ์ วิญญาณ จิต จึงเป็นคนละอย่างกัน ในขันธ์ 5 แบ่งเป็น รูปขันธ์ ได้แก่ ตา หู จมูก ลิ้น กาย นามขันธ์ ได้แก่ เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ นามส่วนที่เป็นความรู้สึก เรียกว่า “เวทนาขันธ์” นามส่วนที่เป็นความหมายรู้ เรียกว่า “สัญญาขันธ์” นามส่วนที่เป็นการปรุงแต่ง เรียกว่า “สังขารขันธ์” นามส่วนที่เป็นการรับรู้ เรียกว่า “วิญญาณขันธ์” จิตจึงจัดอยู่ในวิญญาณขันธ์ เพราะผู้ที่จะไปทำหน้าที่ในการรับรู้คือจิตเท่านั้น
Q: เคยฟังเทศน์ฯ ว่า "ให้วางจิตลงไป ให้เหลือแต่ตัวรู้อย่างเดียว"
A : การวางจิตลงไป ไม่เพลินไปตามธรรมารมณ์คือมีสติ พอเราหายใจเข้าเอาจิตตั้งไว้ตรงนั้น สังเกตดูลม ผู้ที่มาสังเกตดูลมคือจิต วิญญาณคือการรับรู้ จิตก็ไปทำหน้าที่ในการรับรู้ ตัวรู้ ผู้ที่ไปรับรู้หมายถึงจิต จิตเข้าไปทำหน้าที่ในการรับรู้คือวิญญาณ ผ่านทางใจคือมโนวิญญาณ พอมีสติไม่เพลินแล้วจะเหลือตัวรู้ คือ “จิต”
Q: การจำแนกประเภทของมนุษย์
A : สิ่งที่เราควรคำนึงถึง คือ ทำอย่างไรจึงจะบรรลุธรรมได้ มนุษย์ก็มีการเกิดหลายครั้ง ครั้งแรกเกิดมาจากครรภ์แม่ ครั้งที่สองคือการเกิดมาเป็นคนดี และหากบรรลุโสดาบันนั่นเป็นการเกิดมาในอริยชาติ ซึ่งเราจะเกิดในอริยชาติได้นั้น ก็ด้วยการปฏิบัติตามมรรค 8
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
เอาชนะกิเลสด้วยอินทรีย์ 5 [6939-7q]
2026/09/26
Q: พระสงฆ์มีวิธีลดละกิเลสได้อย่างไร?
A: ท่านใช้มรรค 8 เป็นเครื่องมือ, เครื่องมือกำจัดกิเลสแบบละเอียด ๆ คือปัญญา เครื่องมือกำจัดกิเลสแบบกลาง ๆ คือ สติ, สติจะเป็นเครื่องมือให้เกิดสมาธิ และสมาธิจะเพิ่มได้ก็ต้องเพิ่มสติ ด้วยการสังเกตดูจิตของเรา และเครื่องมือที่จะกำจัดกิเลสแบบหยาบ ๆ คือ ศีล ซึ่งเราจะมีศีลได้ เราก็ต้องมีศรัทธา
Q: ใช้สติทบทวนตนว่าผิดพลาด ได้หรือไม่?
A: ในกระบวนการทำความเพียร พอเราระลึกได้ว่าเราต้องทำความดี ความระลึกได้นั้นคือ “สติ”, การลงมือทำคือ “ความเพียร” พอเรามีสัมมาทิฐิ สัมมาสติ สัมมาวายามะ องค์อื่น ๆ ของมรรค ก็จะมาทั้งหมด
Q : สืบสานการปฏิบัติให้ต่อเนื่อง ทำอย่างไร?
A: ให้เราโยนิโสมนสิการ ตามระบบของ “อริยสัจสี่” ว่าเหตุปัจจัยใดที่ทำให้เราทำได้และเหตุปัจจัยใดที่ทำให้เราทำไม่ได้ เมื่อพิจารณาแล้วก็ให้สร้างเหตุปัจจัยให้พอเป็นไปได้ พอทำได้ ทั้งนี้ การฟังธรรมเสมอ ๆ การมีกัลยาณมิตรจะช่วยได้ สำหรับนักบวชท่านให้พิจารณาดังนี้ว่า “หากอกุศลกรรมที่ยังละไม่ได้ก็ละไม่ได้ จิตที่ยังไม่ตั้งมั่นก็ไม่ตั้งมั่น ควรหนี ควรเลิก ไม่ควรคบ อย่าอยู่ แต่ถ้าอยู่ที่ไหนแล้วกิเลสที่ยังละไม่ได้ก็ละได้ จิตที่ยังไม่ตั้งมั่นก็ตั้งมั่น ให้อยู่ ให้ทำ ให้คบ ให้ปฏิบัติเลย”
Q: วิธีสร้างความมุ่งมั่นขยันมีกำลังใจให้ชนะกิเลส
A: การสร้างความมุ่งมั่นและกำลังใจเพื่อเอาชนะกิเลส อาศัยหลักธรรมคือ “อินทรีย์ 5” ประกอบด้วย ศรัทธา วิริยะ สติ สมาธิ และปัญญา โดยเริ่มจากศรัทธา มีความมั่นใจเชื่อใจ แล้วลงมือทำจริงแน่วแน่จริงคือวิริยะ วิริยะจะทำลายความขี้เกียจได้ ที่สำคัญคือ อย่าหยุดอยู่แค่ขั้นตอนใดขั้นตอนหนึ่ง แต่ต้องพัฒนาต่อเนื่อง ทำซ้ำ ๆ วนไป ๆ จะบรรลุธรรมได้
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
ปมขัดแย้งในการพิจารณามรณสติ [6938-7q]
2026/09/19
Q: ขอรายละเอียดการเดินทางไปปฏิบัติธรรม ณ สี่สังเวชนียสถาน
A: การไปสังเวชนียสถานสี่ จุดประสงค์คือ “การเข้าถึงความจริง ให้รู้แจ้งด้วยปัญญา ด้วยการเดินทาง” เราจะเดินทางไปยังสถานที่ ประสูติ ตรัสรู้ ปรินิพพานและสถานที่ที่ท่านแสดงปฐมเทศนา “ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร” ท่านที่สนใจ สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ panya.org หรือ Line Official: @panya84000
Q: ขอทราบแนวทางในการพิจารณามณสติ ที่ทำให้เหตุความขัดแย้งในใจหมดไป
A: แนวทางในการแก้ เปรียบดังเราเป็นแผลตรงไหนก็ต้องใส่ยาตรงนั้น เรายึดตรงไหนเราก็ต้องละตรงนั้น โดยให้เราเข้าใจและพิจารณาให้ถูกต้องเกี่ยวกับเรื่องมรณสติ ด้วยการพิจารณาให้เห็นว่าความตายเกิดขึ้นได้ง่ายและพิจารณาว่าบาปอกุศลกรรมอันใดเรายังมีอยู่ไหม เพื่อที่ว่าพอเราตายไป เราจะยังเป็นผู้ที่ไปนรกได้ หากยังมีอยู่ ให้เร่งทำกุศล ทำความดี ความยึดติดนั้นเป็นอกุศลอย่างหนึ่ง การที่เรายึดติดในลูก ความยึดถือนั้นคือเหตุแห่งทุกข์ พอความยึดถือไปติดอยู่กับอะไร สิ่งนั้นก็จะเป็นทุกข์ของเรา เราจึงควรฝึกปล่อยวาง สร้างกุศล ซึ่งกุศลในที่นี้ คือ ความอดทน ความขยัน และความมีเมตตา ทำเพื่อลูกด้วยความอดทน ด้วยความขยัน มีเมตตาต่อลูก จะทำให้เรามีความสุข ซึ่งต่างจากที่เราไปยึดถือลูก ให้เราระลึกไว้เสมอว่า สัตว์โลกต้องเป็นไปตามกรรม เราเองก็จะตาย ก็จะเป็นไปตามกรรม ลูกเราก็เหมือนกัน สัตว์โลกมีกรรมเป็นของตน กรรมดีก็มีกรรมชั่วก็มี พอเราเห็นไปตามจริง เราก็จะปล่อยวางได้
Q: ขอธรรมะเมื่อป่วยเป็นโรคร้าย อยู่อย่างไรให้ผาสุก
A: ควรพิจารณา “มรณสติ” หากเรายังมีบาปอกุศลอยู่ให้รีบละ หากกังวลแสดงว่ายังมีความยึดถืออยู่ กังวลตรงไหน ยึดถือตรงไหน ตรงนั้นจะเป็นจุดที่เราจะวางได้ เพ่งพิจารณาดู ว่าเรากลัวอะไร กังวลอะไร เริ่มจาก
1. พิจารณา “สิ่งของ” ว่า สิ่งของนั้น พอเราตายไป ก็เอาอะไรไปไม่ได้
2. พิจารณา “คน” เรายังห่วง ยังกังวลใครคนไหนหรือไม่ ถ้ายังห่วง ยังกังวล ให้พิจารณาว่า “สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม”
3. พิจารณา “กายตน” ว่า กายนี้เป็นของเสื่อมเป็นธรรมดา”
พิจารณาทั้ง 3 ข้อนี้ เนือง ๆ อินทรีย์เราจะแก่กล้าขึ้น เราจะอยู่ได้ด้วยความปิติปราโมทย์ สำหรับผู้ที่เคยทำสมาธิมาให้ระลึกถึงสมาธิ คุณของเนกขัมมะที่เคยได้ จิตจะสงบลง ๆ แยกกายแยกจิตได้ หรือระลึกถึงคุณของพระพุทธเจ้า ขอให้เราได้ส่วนหนึ่งในความดีในคุณข้อนี้ของท่าน สมาธิเราก็จะดีขึ้น
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
เห็นจิตในจิต เห็นเวทนาในเวทนา [6937-7q]
2026/09/12
Q: คำว่า "เห็นจิตในจิต เห็นเวทนาในเวทนา" คืออะไร ?
A: “การเห็นเวทนาในเวทนา” เวทนาคือความรู้สึกไม่ใช่ความคิด มี 3 แบบคือสุขเวทนา ทุกขเวทนา อทุกขมสุขเวทนา การเห็นเวทนาในเวทนาคือการเห็นเวทนาทั้งหลายแบบมีสติ คือไม่เพลินไปในเวทนา คนที่มีสติจะทุกข์กายอย่างเดียวไม่ทุกข์ใจ ส่วนคนที่เพลินไปในเวทนาจะกำหนดเพลิดเพลินเกลียดชังในทุกขเวทนา ยินดีในสุขขเวทนา จะไม่รู้ไม่เข้าใจ ไม่แจ่มแจ้ง ในอทุกขมสุขเวทนา ทุกข์ทั้งกายและใจ
เวทนาทั้ง 3 แบบนี้ ยังมีทั้งแบบมีอามิสและไม่มีอามิส เวทนาภายนอก เวทนาภายใน เพราะฉะนั้น เราต้องมีสติสัมปชัญญะ รู้ชัดเวทนา เห็นความเกิดขึ้นเห็นความเสื่อมไป เวทนาจะตั้งอยู่ไม่ได้ จะเหลือเพียงสติที่ตั้งอยู่ เป็นสติที่เพียงอาศัยว่ารู้ นี่คือเห็นเวทนาในเวทนาทั้งหลาย
“การเห็นจิตในจิต” ทักษะคือสติเหมือนกัน แต่เห็นในคนละสิ่งกัน ในที่นี้คือจิตมีราคะหรือไม่มีราคะ จิตมีโทสะหรือไม่มีโทสะ จิตมีโมหะหรือไม่มีโมหะ ก็ต้องรู้ชัด คือไม่เพลิน ถ้าเราโกรธแต่เรามีสติ รู้ว่าเราโกรธ แต่อาจจะยังละความโกรธไม่ได้ ส่วนคนที่เพลินไปในความโกรธ จิตจะไม่มีสติ ไม่รู้ชัด ไม่สังเกตจิตตัวเอง มุมมองของคนที่มีสติกับคนที่เพลินจึงต่างกัน เพราะฉะนั้น เราต้องมีสติรู้ชัด ในการเห็นราคะ โทสะ โมหะ รู้ชัดว่าจิตหดหู่ จิตอื่นที่มีจิตอื่นยิ่งกว่า จิตกว้างขวาง รู้ว่าจิตเป็นสมาธิหรือไม่ นอกจากการที่มีราคะ โทสะ โมหะ ฟุ้งซ่านแล้ว ยังมีการหลุดพ้นหรือไม่หลุดพ้น มีจิตภายใน จิตภายนอกด้วย
Q: ขอคำอธิบายมิจฉาสมาธิเป็นอย่างไร
A: “มิจฉาสมาธิ” คือ ความตั้งมั่นหรือสมาธิที่เกิดขึ้นจากมิจฉาทิฎฐิ และความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนเกี่ยวกับการปฏิบัติ เช่น ความเชื่อที่ว่าสมาธิทุกอย่างดีหมดหรือสมาธิต้องไม่คิดอะไร สมาธิต้องนั่งนิ่งเท่านั้น ซึ่งในความเป็นจริงสมาธิอาจถูกนำไปใช้ในทางอกุศลได้ เช่น การมีสมาธิแน่วแน่เพื่อวางแผนปล้นหรือเบียดเบียนผู้อื่น อันมีรากฐานมาจากมิจฉาสติและการระลึกที่ไม่ชอบ ทั้งนี้ สติกับสมาธิเป็นคนละอย่างกัน โดยสติสามารถเกิดร่วมกับความฟุ้งซ่านและอกุศลได้ เมื่อเรามีสัมมา มาถูกต้อง คือมีกิเลสลด สัมมาสติ สัมมาสมาธิ ก็จะเกิดขึ้น นอกจากนี้ ผู้ปฏิบัติต้องระวังวิปัสสนูปกิเลสที่อาจฉวยโอกาสทำให้เข้าใจผิดว่าตนเองบรรลุธรรมหรือมีญาณพิเศษ การปฏิบัติจึงต้องศึกษาปริยัติควบคู่ไปพร้อมกับการตรวจสอบเทียบเคียงกับครูบาอาจารย์หรือผู้รู้อยู่เสมอ เพื่อป้องกันความหลงทาง
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
สิ่งที่เป็นไปได้ยาก 3 สิ่ง [6936-7q]
2026/09/05
Q: การยอมรับความจริงเป็นทางออกของหลายปัญหา จริงหรือไม่?
A: เมื่อเราเข้าใจทุกข์ตามความเป็นจริง เข้าใจด้วยปัญญาแล้ว เราจะไม่ทุกข์
Q: การสะสมอาสวะใหม่ให้เข้ามาอยู่ในจิตใจจึงจะได้ผล
A: อาสวะคือสิ่งสะสม การที่เรามีผัสสะที่เข้ามากระทบแล้วกระตุ้นให้เราแสดงออกมา เช่น ด่าคน พยาบาท คิดร้าย แต่เราไม่ทำแบบเดิม เราไปตามทางใหม่ เดินตามทางมรรค 8 ไม่ด่าว่า ไม่พยาบาท ไม่คิดร้าย อาสวะเก่าที่ถูกกระตุ้นให้ทำแบบเดิมจะหลุดออกทันที และเป็นอาสวะเก่าที่หลุดออก ไม่ใช่อาสวะใหม่ที่พอกพูนเข้ามา
Q: การมีปีติสงบ มีสมาธิ หรือการไม่ยินดียินร้าย อันไหนดีกว่ากัน สุขจากภายในคือสุขจากสมาธิใช่หรือไม่?
A: สุขในภายในคือสุขจากสมาธิ สมาธิมี 9 ขั้น สมาธิ มี 2 ส่วน คือสมถะและวิปัสสนา แยกต่อไปอีก ได้ 3 ส่วน คือ ศีล สมาธิ ปัญญา แยกต่อไปอีกได้ 8 ส่วน คือมรรค 8 สมถะและวิปัสสนา เรียกอันเดียวกันว่า “สติ” เมื่อมีสติแล้ว ก็จะทำให้เกิดสมาธิ เกิดปัญญาได้ คือทำแล้วจะรวมลง ลงรับกันทั้งหมด ในส่วนของไม่ยินดียินร้าย น่าจะเน้นมาเรื่องอุเบกขา
Q: ฝึกที่จะไม่พูดคำที่ไม่จำต้องพูด เป็นอย่างไร?
A: สิ่งที่ไม่จำเป็นต้องพูด คือ คำโกหก หลอกลวง เพ้อเจ้อ นินทา ไม่มีสาระหาแก่นสารไม่ได้ ส่อเสียด ยุยงให้แตกกัน รวมถึงคำหยาบทั้งหลาย และต้องคิดก่อนพูด ว่าเรื่องที่จะพูดนั้นเป็นประโยชน์ ประกอบด้วยกาล เป็นธรรมเป็นวินัยหรือไม่ แล้วจึงพูด
Q: เพราะเหตุใดจึงพูดว่าการเกิดเป็นมนุษย์เป็นเรื่องยาก?
A: ท่านตรัสไว้ 2 นัยยะ คือ นัยยะแรก ท่านเปรียบเทียบกับเต่าตาบอด อยู่ในโลกที่เต็มไปด้วยน้ำทะเล ทุก 100 ปี จะโผล่หัวขึ้นมาครั้งเดียว แล้วโผล่หัวขึ้นมาพอดีกับรูในแอกไม้ไผ่ที่มีอยู่รูเดียว นั่นเป็นความยากที่จะเป็นไปได้ นัยยะที่สอง การที่สัตว์นรกจะกลับมาเกิดเป็นมนุษย์ ยากกว่าเต่าตาบอด ตัวที่ท่านได้กล่าวมาแล้ว และสิ่งที่ยากกว่านี้อีกประการหนึ่ง คือ การที่จะมีพระพุทธเจ้าอุบัติขึ้น คำสอนของท่านคงอยู่ได้นาน เพราะฉะนั้น หากตอนนี้เราได้ในสิ่งที่ได้มายาก เราเป็นมนุษย์ มีพระพุทธเจ้าอุบัติขึ้นและคำสอนของท่านยังคงอยู่ นั่นเป็นเรื่องที่ยากที่สุดแล้ว เราสามารถใช้โอกาสที่ได้มายากนี้ ทำตามคำสอนของท่านได้
Q: ทำไมคนเราเกิดมาจึงต่างกัน?
A: สิ่งที่จะจำแนกสัตว์ให้ทรามหรือประณีต คือ กรรมและวิบาก|ผลของกรรม ซึ่งจุดนี้เราสามารถแก้ไขได้ หากมีสิ่งมากระตุ้นแล้วเรายังตั้งอยู่ในมรรคได้ แม้เรามามืดเราก็ไปสว่างได้หรือมาสว่างแล้วไปสว่างได้
Q: ขันติกับอุเบกขา ต่างกันอย่างไร?
A: ขันติคือความอดทน อดทนต่อทุกขเวทนา ต่อความลำบาก ต่อความร้อนความหนาว ต่อคำด่าคำว่า เป็นลักษณะการกระทำที่เราแสดงออก ส่วนอุเบกขาพูดถึงเวทนา ถ้าเป็น “นาม” หมายถึงเป็นเวทนาที่นิ่ง ๆ เฉย ๆ ไม่ได้จะสุขหรือทุกข์ ถ้าเป็น “กิริยา” คือ การวางเฉยในสุข ในทุกข์ และในสิ่งที่ไม่ใช่สุขไม่ใช่ทุกข์
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
ปล่อยวางแก้ผูกเวร [6935-7q]
2026/08/29
Q: หากศีล 5 ที่รักษาอยู่เกิดด่างพร้อยไป จะแก้ไขอย่างไร?
A: ศีลคือความเป็นปกติ ถ้าเราจะรักษาศีล เราก็ตั้งเจตนาไว้ว่าเราจะรักษาศีล แล้วก็ทำได้เลย หากศีลเราด่างพร้อย ก็ให้ตั้งเจตนาขึ้นมาใหม่ ทำใหม่ได้ แต่เราไม่สามารถย้อนกลับไปแก้สิ่งที่เราทำไปแล้วได้ หากยังรักษาศีล 5 ไม่ได้ ก็ให้เริ่มจากข้อที่เราทำได้ แล้วค่อยขยายไปข้ออื่น เพื่อให้เรามีกำลังใจ ทำไปจนกว่าจะเป็นปกติ
Q: เมื่อทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้เจ้ากรรมนายเวรและขออโหสิกรรม ถ้าเจ้ากรรมนายเวรนั้นอโหสิกรรมให้เราแล้ว เรายังจะได้รับผลกรรมนั้นหรือไม่?
A: “อโหสิ” ภาษาบาลี แปลว่า ได้ทำไปแล้ว ผ่านไปแล้ว ในทางคำสอน ไม่มีคำว่าเจ้ากรรมนายเวร เราควรเข้าใจให้ถูกว่า ไม่ว่าเราจะทำกรรมดีหรือกรรมชั่ว “กรรมใดที่เราทำไว้ เราย่อมได้รับผลของกรรมนั้น” เราจึงไม่ควรไปผูกเวรกับใคร ไม่ควรไปกังวลใจ เราควรหันมาทำความดี สร้างบุญกุศล และรักษาจิตของเราให้ดี
Q: คุณแม่นับถือศาสนาอื่นที่ไม่ใช่ศาสนาพุทธ จะทำอย่างไรให้ท่านมานับถือศาสนาพุทธของเรา?
A: ให้ดูที่ “ศีล” เป็นหลัก หากท่านมีศีล มีการให้ทานอยู่แล้ว นั่นคือดีมาก ส่วนสิ่งที่ต้องเพิ่มเข้าคือศรัทธาและปัญญา ในระหว่างศาสนา ตรงไหนที่สมานกันได้ร่วมกันได้ ให้เอาตรงนั้น
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
เทวทูตจากการเกิด [6934-7q]
2026/08/22
Q: ในคำสอนนี้มีบทอธิษฐานขอบุตรหรือไม่?
A: มีกรณีนางสุชาดาที่รักษาศีล 8 ตั้งจิตอธิษฐานด้วยความดี ด้วยการรักษาศีล แล้วเธอก็ได้ดังที่เธออธิษฐานไว้ เพราะฉะนั้น หากมีลูกแล้ว จากเราที่เคยทำไม่ดี แล้วหันมาทำความดี ลูกก็เปรียบเหมือนเทวทูตว่า “เรามีความเกิดเป็นธรรมดา จะล่วงพ้นความเกิดไปไม่ได้” เราควรจะเร่งทำความดี นั่นคือกุศลธรรมเกิด เพราะฉะนั้น การเกิดที่ประกอบด้วยกุศลธรรม ถือว่าการเกิดนั้นดีงาม
Q: ในนิทานธรรมบทมีกล่าวถึงหญิงตั้งครรถ์ที่รักษาศีลแปดหรือไม่ และรักษาศีลมีผลดีอย่างไรในช่วงนี้?
A: ศีลเป็นพื้นฐาน เป็นไปเพื่อความสุข เป็นไปเพื่อสวรรค์ เป็นไปเพื่อนิพพาน ใครที่รักษาศีล ดีหมด และไม่ใช่แค่รักษาตัวเอง ถ้าเรามีลูก ลูกเราก็ได้อานิสงส์ผลบุญด้วย
Q: ทำอย่างไรให้มีสติสมาธิ อยู่กับปัจจุบัน เลิกแบกโลกไว้ทั้งใบ?
A: การผิดศีล มีอานิสงส์คือความร้อนใจ ความร้อนใจนี้แก้ได้ด้วยการรักษาศีล การปฏิบัติตามมรรค 8 แต่หากเราไม่ได้ผิดศีลแต่เราร้อนใจ ความร้อนใจนั้นเป็นโมหะ เพราะฉะนั้น ให้เราทำตามมรรค 8 สร้างเหตุแห่งการเกิดขึ้นของความดี มีสมาธิ เราจะกำจัดความร้อนใจได้ โดยให้ระลึกถึงความดีของเรา แล้วตั้งสัจจะอธิษฐานว่า ด้วยความดีนี้ ขอสิ่งนี้ (ในที่นี้คือสมาธิ) จงเกิดแก่ฉัน
Q: อยู่คนเดียวรู้สึกเหมือนโดนทิ้ง ควรแก้ไขความรู้สึกนี้อย่างไร?
A: ให้พิจารณาว่า “มุมมองไหนที่ให้กิเลสเกิด มุมมองนั้นเป็นมิจฉาทิฏฐิ มุมมองไหนที่ทำให้กิเลสลด มุมมองนั้นเป็นสัมมาทิฏฐิ” การที่รู้สึกโดดเดี่ยวอาจเพราะเราไม่มีเป้าหมาย เราต้องมีทิศทางมีเป้าหมายที่จะให้เกิดประโยชน์กับตัวเรา ทิศทางนั้นคือนิพพาน เป้าหมายคือการพ้นทุกข์ เมื่อเรามีเป้าหมายมีทิศทางแล้วเราจะไม่รู้สึกโดดเดี่ยว เพราะเรารู้ว่ายังมีคนอื่นที่ปฏิบัติเหมือนเราและเดินไปในเส้นทางเดียวกัน
Q: อาหารที่ตั้งใจทานเองแต่เปลี่ยนใจเลือกระหว่างถวายพระหรือนำไปฝากมารดา อานิสงส์ต่างกันอย่างไร?
A: การให้เป็นการสละออก เราศรัทธาตรงไหนก็ทำตรงนั้น
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
กำจัดความเบื่อเซ็งด้วยสติ [6933-7q]
2026/08/15
Q: อริยทรัพย์ที่ได้จากการฟังธรรม
A: เมื่อเราฟังธรรมแล้วเกิดศรัทธา นำไปทำนำไปปฏิบัติ เป็นวิริยะคือความเพียร มีสติ เป็นสมาธิขึ้นมา และเกิดปัญญาตามต่อมา ปัญญาในที่นี้ คือปัญญาที่จะปล่อยวางความยึดถือ
Q: เป็นทุกข์เพราะมีหนี้สินรุงรัง จะมีวิธีแก้ไขอย่างไร?
A : ท่านได้สอนไว้ถึงการแบ่งจ่ายทรัพย์ “รายรับต้องท่วมรายจ่าย รายจ่ายต้องน้อยกว่ารายรับ” ให้เป็นผู้ขยันขันแข็ง ไม่เกี่ยงงาน รู้จักรักษาทรัพย์ ไม่เล่นการพนัน ไม่เล่นหวย ไม่เป็นนักเลงสุรา ไม่ยุ่งเกี่ยวกับอบายมุข หากเรามีคุณธรรมเหล่านี้ ไม่ได้แค่ปลดหนี้ได้แต่จะทำให้เป็นเศรษฐีได้ด้วย
Q: มีความรู้สึกเบื่อโลก เบื่อทุกอย่างในชีวิต จะต้องทำจิตอย่างไรดี?
A: “เบื่อเซ็ง” เป็น ลักษณะของโมหะและโทสะ เป็นนิวรณ์เครื่องกางกั้น ทำปัญญาให้ถอยกำลัง จะทำให้เกิดความเร่าร้อน บางทีซึมเศร้า เหตุเกิดจากเรื่องของกรรม ผัสสะ กิเลส ในขณะที่ “เบื่อหน่าย” มาจากคำว่า นิพพิทา คือ ความเบื่อหน่ายคลายกำหนัด เป็นลักษณะของปัญญา เหตุเกิดจาก การเห็นไปตามความเป็นจริง เมื่อเห็นบ่อย ๆ จะเกิดความเบื่อหน่ายคลายกำหนด ในสิ่งนั้น ผลคือจะทำให้เกิดความปล่อยวาง เราจะกำจัดความเบื่อเซ็งได้ด้วย “สติสัมปชัญญะ” ท่านให้ตั้งอยู่ในอนุสติ10 เมื่อจิตเราไม่คล้อยเคลื่อนไปในอารมณ์นั้น สิ่งนั้นก็จะอ่อนกำลัง จิตเราก็จะเริ่มระงับลง ๆ เพิ่มสมาธิเข้าไป เห็นความไม่เที่ยงเกิดปัญญา เห็นซ้ำบ่อย ๆ นิพพิทาจะเกิด นี่เป็นกระบวนการที่เราเปลี่ยนจากเบื่อเซ็งเป็นเบื่อหน่าย ด้วยการเพิ่มปัญญา สมาธิและสติ เข้าไป เป็นลำดับขั้นๆ นั่นเอง
Q: เกณฑ์ในการพิจารณาเลือกคู่ชีวิต (คู่ครอง) ที่ดี
A: เครื่องหมายของคนดี ให้ดูที่การกระทำทางกาย วาจา ใจ ว่าอยู่ในฝั่งกุศล อีกนัยยะหนึ่ง คือ ดูที่ศีล ศรัทธา จาคะและปัญญา คือ ศีลต้องเสมอกับเรา
Q: ประเด็นเรื่องการทำผิดแล้วไม่ยอมรับผิด
A: ในกรณีที่เราไม่รู้ว่าตัวเองผิดอะไร เลยไม่ยอมรับผิด เช่นนี้คือไม่มีปัญญา เพราะโมหะมันมาก อวิชชามาก เพราะฉะนั้น เราจึงต้องมาศึกษาคำสอน ฟังธรรมะ เพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจ เกิดปัญญาและเกิดการยอมรับ เช่น เรื่องทุกข์ในอริยสัจ4 ความผิดพลาดในที่นี้ เราใช้ศัพท์คำว่า “ทุกข์” มาแทน เราต้องกำหนดรู้ในทุกข์ ต้องรู้ว่าเรามีปัญหา ยอมรับว่าทุกข์คือปัญหา พอเรารู้ว่าเรามีปัญหาอะไร เรารอบรู้และยอมรับเรื่องทุกข์ เราจะอยู่กับทุกข์ได้โดยไม่ทุกข์ ส่วนอีกกรณีหนึ่ง รู้ว่าอะไรผิด อะไรถูก แต่ไม่ยอมรับ แบบนี้คือไม่มีหิริโอตตัปปะเราก็ต้องแก้ตรงนี้ เราต้องมีความละอาย เกรงกลัวต่อบาป
Q: การใช้แอปแต่งรูปแล้วโพสต์ลงโซเชียล เป็นการมุสาหรือไม่?
A: สำคัญที่เจตนา ว่าการที่เราตัดแต่งรูป เรามีเจตนาให้คนอื่นเข้าใจผิดหรือไม่
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
ชีวิตกับธรรมในยุคไฮเทคโนโลยี [6932-7q]
2026/08/08
Q: กรรมอะไรที่ทำให้เกิดเป็นผู้หญิง?
A: ไม่ว่าจะเกิดเป็นอะไรก็เพราะกรรม ไม่ว่าจะเกิดเป็นหญิงหรือชายก็เพราะกรรม การที่เราไม่พอใจเพศสภาพในปัจจุบัน อาจเพราะมีปมค้างคากันมา ในที่นี้จึงเรียกว่าเป็นกรรมที่เราอาจจะได้ทำมา ท่านเปรียบไว้ดัง เกลือละลายในน้ำ เกลือคือบาปที่เราได้ทำไปแล้ว น้ำคือความดี เราสามารถเลือกที่จะทำความดี เพิ่มปริมาณน้ำให้มากขึ้นได้ ทำความดีในปัจจุบัน เพื่อให้อนาคตเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีได้
Q: เราจะดำเนินชีวิตได้ดีได้อย่างไรในยุคเทคโนโลยีและโซเชียลมีเดียนี้?
A: ไม่ว่าจะมีเทคโนโลยีอะไรที่ผ่านเข้ามา คนก็มีหู ตา จมูก ลิ้น กาย ใจ ท่านได้ให้เครื่องมือไว้คือ “มรรค 8” ให้เราฝึกสติให้มีกำลัง เพื่อที่จะเลือกใช้เทคโนโลยีให้เป็นประโยชน์ต่อมรรค8 เพื่อให้สติมีกำลัง ไม่เผลอเพลินไปตามสื่อโซเชียลและไม่ตกเป็นทาสของมาร
Q: หลังความตาย อนาคามีอยู่อย่างไร?
A: “อนาคามี” หมายถึง ผู้ที่จะไม่กลับมาเกิดในโลกมนุษย์นี้อีก แต่จะไปเกิดในชั้นสุทธาวาสพรหม อยู่กันด้วยสมาธิ มีแต่สุข ไม่มีทุกข์มารบกวน
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
สิ่งที่ควรทำก่อนตาย [6931-7q]
2026/08/01
Q: ฆ่าพ่อแม่ด้วยเจตนากับบันดาลโทสะหรือเพราะความประมาท ได้รับผลกรรมต่างกันหรือไม่อย่างไร?
A: ท่านอุปมาดังรอยกรีดบนพื้นน้ำ รอยกรีดบนพื้นทราย และรอยกรีดบนพื้นหิน บาปมากหรือน้อยขึ้นอยู่ที่เจตนา การฆ่าบิดามารดาและพระอรหันต์นั้นเป็น “อนันตริยกรรม” คือ กรรมที่หนักที่สุด
Q: ผู้ที่ทรมานด้วยโรคร้ายมานาน พอถึงแก่กรรม บ้างก็ว่าหมดกรรม บ้างก็ว่าสิ้นบุญ อย่างไหนถูกต้อง?
A: สิ่งที่สำคัญคือ ตายแล้วไปไหน ถ้าการตายแล้วไปนรก นั่นไม่ดี แต่หากตายแล้วไปสวรรค์หรือหลุดพ้นเป็นอริยบุคคลขั้นใดขั้นหนึ่ง การตายนั้นดีแน่ ขึ้นอยู่กับว่าตอนที่เรายังมีชีวิตอยู่นั้นได้ประกอบอะไร
Q: อาชีพขอทาน รายได้ดี นำเงินที่ได้มาตักบาตร สร้างบุญ อยู่เสมอ ขอทานผู้นั้นจะได้ผลบุญเท่ากับคนมีอาชีพทั่วไปหรือไม่?
A: ขึ้นอยู่กับว่าผู้ให้ มีศรัทธา มีศีล มีสัมมาอาชีวะ หรือไม่ ทำบุญในเนื้อนาบุญหรือไม่ ผู้รับเป็นเนื้อนาบุญหรือไม่ ผลที่ได้ก็จะต่างกันออกไป
Q: บางคนอธิษฐานอยากได้บุตร แต่ก็ไม่ได้ หรือได้แล้วแต่ไม่ตรงตามที่หวัง เป็นเพราะอะไร?
A: ปัญหาอยู่ที่ความอยาก ความอยากคือตัณหาเป็นทุกข์ ถ้าเราไม่มีความอยาก เราจะไม่ทุกข์
Q: ที่ว่าบุตรชายคล้ายแม่ บุตรสาวคล้ายพ่อ มักไม่อาภัพจริงหรือ?
A: อาภัพหรือไม่ สิ่งที่สำคัญคือ เมื่อเกิดมาแล้วจะไปสว่างหรือไปมืด
Q: บาปไหม? ถ้าไม่รักษาคำพูด
A: เทียบเคียงกับพระสูตรข้อมิจฉาวาจา หากคำพูดตอนนั้น ไม่มีเจตนาหลอกลวง แกล้งกล่าวเท็จ ไม่ถือว่าผิดหรือบาป เพราะทุกคำพูดเป็นคำจริง แต่พอกาลเวลาล่วงมา ไม่สามารถรักษาคำพูดไว้ได้เนื่องจากสถานการณ์เปลี่ยนแปลงไปนั่นเป็นโทษของวัฎฎะ
Q: การแผ่เมตตาต่างจากการกรวดน้ำอย่างไร?
A:กรวดน้ำเป็นกิริยาทางกาย การแผ่เมตตาเป็นกิริยาทางใจทั้งสองอย่าง ที่สำคัญคือ จิตที่ตั้งไว้ด้วยดี มีเมตตา
Q: บวชแบบไม่ต้องจัดงานอะไรเลยได้ไหม?
A:สิ่งที่ต้องมีคือ มีบาตร จีวร หมู่สงฆ์อย่างน้อย 5 รูป อนุศาสนาจารย์ และมีพิธีบวชคือ มีอุปัชฌาย์แล้วต้องกล่าวคำนี้ หมู่สงฆ์รับรอง แล้วจบ สิ่งอื่นที่ไม่ได้กล่าวไว้ไม่จำเป็น
Q: จริงหรือที่ว่า "เบียดก่อนบวช" พ่อแม่จะได้บุญน้อยกว่า?
A: พระพุทธเจ้าท่านก็แต่งงานมีลูกก่อน แล้วค่อยมาบวช สำคัญอยู่ที่การกระทำ ว่าบวชแล้วทำอะไร
Q: พระทุกรูปเชื่อว่าผีมีจริงใช่ไหม?
A: ไม่ใช่ทุกรูปที่จะมีสัมมาทิฏฐิ
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
ปลงความยึด เข้าใจเหตุ [6930-7q]
2026/07/25
Q: อะไรคือปลง
A: คำว่า "ปลง" ในภาษาไทย หมายถึง การทำชีวิตสัตว์ให้ตกล่วงไป หรือ นำมาใช้หมายถึงการปล่อยวาง ส่วนในทางพุทธศาสนา หมายถึง “ละ|ปหานะ” คือ กำจัดทิ้งเสีย ใช้กับกิเลส ตัณหาและสิ่งที่เป็นอกุศลธรรมทั้งหลาย ไม่ได้ใช้กับทุกข์ เมื่อมีสถานการณ์เกิดขึ้นในชีวิตทั้งเหตุการณ์และความยึดถือจะเกิดขึ้นคู่กัน แต่หน้าที่ที่เราต้องทำต่างกัน เหตุการณ์เป็นสิ่งที่ต้องรอบรู้ คือทำความเข้าใจ ยอมรับ และต้องอยู่กับมันให้ได้ ด้วยการเห็นตามความเป็นจริงว่ามันเป็นของไม่เที่ยง ส่วนความยึดถือต้องละ
ทั้งนี้ การปลงที่แท้จริงไม่ใช่ความ "เบื่อ" คือเบื่อสิ่งนี้แล้วย้ายไปยึดถือสิ่งอื่น แต่เป็นความ "หน่าย" เป็นลักษณะที่ว่า เป็นผลของการเห็นตามความเป็นจริง ผลของการเกิดขึ้นของความหน่ายคือ จะคลายกำหนัด ที่เกิดจากการเห็นตามความเป็นจริงในความเป็นอนิจจัง ทุกข์ขัง อนัตตา ทำได้ด้วยการปฏิบัติตาม "มรรค 8" เริ่มจากการมีศีล มีศรัทธา ฝึกสติ ไม่เพลินไปตามอารมณ์ จนเกิดสมาธิและปัญญา ดังนั้นความทุกข์ที่เข้ามาในชีวิต จึงไม่ใช่สิ่งที่ต้องวิ่งหนี แต่เป็นจุดที่ให้เราได้ฝึกฝนและพัฒนาจิตใจ เมื่อเรากำจัดทุกข์นั้นได้ ทุกข์นั้นก็จะไม่กลับมาทำร้ายเราได้อีก
Q: เหมือนการพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสได้หรือไม่?
A : ถ้าจะเข้าใจว่า จากทุกข์แล้วพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสกลายเป็นสุขขึ้นมา นั้นไม่ใช่อย่างนั้น หากแต่หมายถึงการเกิดปัญญาและการมีคุณธรรมที่สูงขึ้น จากการเจริญมรรค 8 แม้ความทุกข์จะยังคงอยู่ แต่จิตใจเรามีปัญญาและคุณธรรมยกที่สูงขึ้น เราก็จะอยู่กับทุกข์ได้โดยไม่ทุกข์
Q: ทำอย่างไรจะไม่คิดลบ
A : เมื่อเผลอคิดลบ ให้ตั้ง "สติ" กำหนดสติไว้ให้ดี ระลึกถึงศีล ระลึกถึงพระพุทธเจ้า และเมื่อรู้ตัวแล้ว อย่าโทษตัวเองว่าทำไมเป็นอย่างนี้ เพราะจะเปิดโอกาสให้นิวรณ์เข้ามาแทรก เพียงหมั่นรู้ทันและดึงสติต่อเนื่อง สติจะมีกำลัง เราจะหยุดความคิดที่ไม่ดีเหล่านั้นได้
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
กับดักของความอยาก [6929-7q]
2026/07/18
Q: ขอคำแนะนำให้กับคนที่มีความเครียด กดดัน มีอาการซึมเศร้า
A: หากเรามีความอยากที่มากเกินไป นั่นคือตัณหา ความเพียรที่ไม่มีความอยาก คือการทำไปตามเหตุ เช่น เราจะทำได้ยังไง ควรวางแผนอย่างไร ด้วยอิทธิบาท 4 โดยใส่สติลงไปในการงาน มีสมาธิเป็นปธานกิจ ทำงานไปตามเหตุ และเพิ่มความเมตตา ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ สร้างสิ่งแวดล้อมที่ดีในการทำงาน มีความสามัคคี งานนั้นจะสำเร็จได้
Q: การใส่บาตรให้พระสงฆ์ที่เลือกรับของในบาตร จะได้บุญหรือไม่?
A: ได้บุญ เพราะเราตั้งจิตไว้แล้ว และถ้าจะให้ดียิ่งขึ้น เราควรตั้งจิตไว้ว่า “เราถวายพระพุทธเจ้า พระธรรม และพระสงฆ์ ตั้งจิตว่าจะถวายพระอริยะเจ้าทั้งหลาย โดยมีพระภิกษุสงฆ์รูปนี้ เป็นตัวแทนในการรับ” พอเราตั้งจิตไว้ถูก บุญที่ได้จะมาก
Q: เราจะรู้ได้อย่างไรว่าเราภาวนาเป็นหรือไม่เป็น?
A: การภาวนาคือการพัฒนา เป็นการทำให้เจริญ เมื่อเราภาวนาต้องได้ผลอย่างใดอย่างหนึ่งแน่นอน ท่านได้พูดถึงกำลังของพระเสขะที่ประกอบไปด้วยศรัทธา หิริ โอตตัปปะ วิริยะ และปัญญา การที่เรานั่งสมาธิแม้จะยังไม่ได้สมาธิ แต่เราก็ได้ความเพียร ความเพียรก็มาจากศรัทธา เรามีศรัทธามีความเพียร เกิดการลงมือทำจริง ความเพียรเราก็เพิ่ม ศรัทธาเราก็เพิ่ม ให้เราฝึกฝนทักษะจะพัฒนาก้าวหน้าได้
Q: มีวิธีการจัดการกับความอิจฉาริษยาอย่างไร?
A: ใช้คุณธรรมคือมุทิตา แปลว่า ความยินดีที่เขามีความสุข ยินดีที่เขาได้ความสำเร็จ
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
สมาธิแบบมองมุมกลับ [6928-7q]
2026/07/11
Q: จุดของการทำสมาธิแบบมองมุมกลับ Inversion อยู่ที่ตรงไหน?
A: การพิจารณาตรงนี้อยู่ในส่วนของวิปัสสนา จิตต้องมีสติและสมาธิแล้วจึงพิจารณา คิดด้วยสติสัมปชัญญะคือจำลองสถานการณ์ เพื่อที่ว่าเมื่อเราเจอสิ่งที่ไม่น่าพอใจ พลัดพรากจากสิ่งที่น่าพอใจแล้ว เราจะมีสติมีสมาธิได้ ไม่เพลินไปกับสิ่งที่ไม่น่าพอใจนั้น
Q: กังวลใจกลัวการมองไม่ดีจากคนรอบข้าง ควรทำอย่างไร?
A: ความกังวลเกิดจากอุปาทานความยึดมั่นในตัวตน วิธีแก้ไข คือ 1) มองเห็นเป็นอนัตตาว่าเราจะดีหรือไม่ดีไม่ได้ขึ้นอยู่กับคำพูดของคนอื่น และ 2) วางใจเป็นอุเบกขา แผ่เมตตา ไม่คิดร้ายต่อเขา แล้วมุ่งมั่นทำความดีต่อไป เราจะข้ามเรื่องนี้ได้
Q: ขอทราบข้อมูลการสมัครเข้าปฏิบัติธรรม
A: สถานที่ “วัดภูทอก” จ.บึงกาฬ จัดระหว่างวันที่ 26 พ.ย. – 6 ธ.ค. 69, “อาศรมมาตา” จ.นครราชสีมา จัดระหว่างวันที่ 1 พ.ค.70 – 9 พ.ค. 70, “ยุวพุทธิกสมาคม” (รอแจ้ง) โดยท่านผู้ฟังที่สนใจเข้าคอร์สปฎิบัติธรรม สามารถสมัครได้ทางเว็บไซต์และติดตามข่าวสารได้จากทางรายการ
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
นิพพานกับความตาย [6927-7q]
2026/07/04
Q: เมื่อคิดฟุ้งซ่านเวลาเดินจงฺกม
A: อานิสงส์ของการเดินจงกรม คือ สมาธิที่ได้จากการเดินตั้งอยู่ได้นาน เวลาเดินให้เรากำหนดหมายเดินไปเดินกลับ ถ้าเราคิดฟุ้งซ่านก็ดึงสติกลับมา ไม่จำเป็นต้องหยุดเดิน
Q: นั่งสมาธิแล้วเกิดอาการคันตามตัว?
A: วิธีแก้มี 2 วิธี คือ 1) ทุกขาปฏิปทา เอาจิตจดจ่อ เห็นทุกข์ เห็นความไม่เที่ยงในสิ่งนั้น และ 2) สุขาปฏิปทา คือ ไม่เอาใจใส่ไปในมัน เข้าสมาธิให้ลึกลงไป ทั้งนี้ การที่เราจะวางได้เร็วหรือช้าขึ้นอยู่กับอินทรีย์ 5 ว่าแก่กล้าหรืออ่อน
Q: เมื่อเกิดมีปีติมากล้น จะปล่อยวางได้อย่างไร?
A: ใช้วิธีสุขาปฏิปทาหรือทุกขาปฏิปทา ให้เห็นถึงความไม่เที่ยง เพื่อการปล่อยวางความปิติ ฝึกทำบ่อย ๆ ปิติจะดับไป
Q: จำเป็นหรือไม่ที่ต้องสวดมนต์หน้าพระพุทธรูป?
A: สามารถสวดมนต์ที่ไหนก็ได้
Q: ฝึกทำสมาธิแล้วไม่ได้สมาธิ ได้แต่ความเพียร?
A: พละ 5 คือ กำลังของคนที่ศึกษาอยู่ (เสขะ) ประกอบด้วย 1) ศรัทธา 2) หิริ 3) โอตตัปปะ 4) ความเพียร 5) ปัญญา ให้เราทำไปเรื่อย ๆ เหมือนเราทำนา เราไม่สามารถกำหนดได้ว่าข้าวจะสุกวันไหน ผลผลิตได้เท่าไหร่ แต่จะมีเวลาที่เหมาะสม ตามเหตุตามปัจจัยของเขา ซึ่งคนที่ปฎิบัติธรรมในธรรมวินัยนี้ กิจที่ต้องทำมี 3 อย่าง คือ การสมาทานการปฏิบัติในศีลอันยิ่ง การสมาทานการปฏิบัติในสมาธิอันยิ่ง และการสมาทานการปฏิบัติในปัญญาอันยิ่ง
Q: ความตายและนิพพานเป็นคนละอย่างกัน
A: นิพพานกับความตายคนละอย่างกัน/ในนิพพาน ไม่มีความเกิด ไม่มีความตาย ดิน น้ำ ไฟ ลม ไม่หยั่งลงในนิพพาน นิพพานแปลว่า ความดับ ความเย็น/ความตายมีเหตุ คือ การเกิด แต่ในนิพพานไม่มีการเกิด จึงไม่มีการตาย ต้องเข้าใจเหตุผลของความเกิด ความตาย ให้ได้ ว่าคนที่ตาย ไม่ใช่ความตายดับ แต่ความตายเกิด (อุบัติ) ขึ้น จึงตาย
Q: มีธรรมะข้อใดที่ทำ ให้ไม่ฝัน
A: ท่านให้กำหนดสติสัมปชัญญะก่อนนอนว่า รู้สึกตัวเมื่อไหร่จะลุกขึ้นทันที และด้วยสติสัมปชัญญะ น้อมไปในการนอน ด้วยอาการอย่างนี้ว่า “เราผู้ที่นอนไปแล้ว ขออย่าให้บาปอกุลศ กรรมทั้งหลาย ติดตามเราผู้ที่นอนอยู่เลย” จะทำให้เวลาที่เรานอน ไม่ฝันร้าย ไม่ฝันเกี่ยวเนื่องด้วยกาม วิธีที่สอง การแผ่เมตตา อานิสงส์ คือ ไม่ฝันร้าย ตื่นแล้วมีความสุข
Q: จำเป็นต้องฆ่าเพื่อกิน ทำอย่างไรจึงจะให้บาปน้อยลง
A: อุปมารอยกรีดเปรียบเหมือนเจตนาที่เราทำลงไป หากเราทำด้วยเจตนาน้อย เปรียบเสมือน รอยกรีดบนน้ำ เจตนามาก เปรียบเสมือนรอยกรีดบนหิน
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
Podcast sponsorship advertising
Start advertising on 7 ตามใจท่าน (ธรรมะสากัจฉา) relevant audience podcasts
You may also like to advertise on these Podcasts

4.7292692000
The Michael Knowles Show
The Daily Wire

4.736021306
The Bonfire with Big Jay Oakerson and Robert Kelly
SiriusXM

4.762552000
The Lawfare Podcast
The Lawfare Institute

4.732651954
The President's Daily Brief
The First TV

4.629942035
Optimal Living Daily - Personal Development and Self-Improvement
Justin Malik

4.6652312197
The Charlie Kirk Show
Charlie Kirk

4.838332000
Entrepreneurs on Fire
John Lee Dumas of EOFire

4.619782875
All Ears English Podcast
Lindsay McMahon and Michelle Kaplan

4.6313211083
Wow in the World
Tinkercast

4.847072000
Pat Gray Unleashed
Blaze Podcast Network